หลังจากที่กลับมาจากช้อปปิ้งแล้ว
เราก็มาทำการนอนตรวจคออีกครั้ง คือ
เค้าจะมีเครื่องอะไรไม่รู้มาจ่อๆอยู่ที่คอเราน่ะ
สงสัยเป็นเครื่องวัดระดับของต่อมไทรอยด์นะ หลังจากนั้น
นอนวัดอะไรเรียบร้อยแล้ว
คุณหมอก็ดูผลที่ได้จากการกลืนรังสีเทสต์นั่นแล้ว
ผลปรากฏมาว่า
หมอตั้งระดับน้ำยาของเราไม่รู้อยู่ที่เท่าไหร่
(ก็เราม่ายรู้วิชาของหมอเค้านี่หน่า)
แต่เค้าให้เราลงไปกลืนน้ำแร่รังสี ที่ห้องใต้ดิน ล่ะ
ให้เปลี่ยนรองเท้าด้วย และก็ใส่เสื้อคลุมสีเขียวด้วย
ตอนที่จะให้ดูน้ำแร่รังสีนี่นะ เค้าให้เราไปนั่งเก้าอี้
ตรงโต๊ะนี่จะมีเหมือนกรอบๆอะไรก็ไม่รู้
ส่วนขวดแก้วที่เค้ารินน้ำยาให้มันก็อยู่ในกรอบๆตรงนั้น
ฐานของขวดแก้วก็มีเหมือนก้อนหินเหล็กๆอะไรนี่แหล่ะ
วางคลุมขวดแก้วนี่อยู่ พอเค้ารินน้ำยาไป เค้าก็บอกให้เรา
ดูดเลยค่ะ ประมาณ 4 รอบได้ จนเรียบร้อย
แล้วเค้าก็โยนแก้วทิ้งไป
พร้อมกับกำชับอะไรนิดๆหน่อยกับเรามาว่า
หลังจากวันนี้ที่คุณกลืนน้ำแร่แล้ว
กลับไปบ้าน ไม่ควรจะอยู่ใกล้คนในบ้านในระยะ 2 เมตร
(ชั้นกลายเป็นตัวอะไรเนี่ยยยย)
เพราะมันจะมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นกับคนรอบข้างคุณ
เค้าจะได้ไอรังสีที่คุณกลืนเข้าไป เมื่อคนใกล้ชิดได้รับ
จะรู้สึก ร้อนๆ และแสบตามหน้าตามตัว เพราะฉะนั้น
พวกบรรดาของใช้ส่วนตัวก็ไม่ควรจะใช้ร่วมกัน
เข้าห้องน้ำควรจะกดซัก 4-5 รอบ จาน ชาม ช้อน ซ้อม แก้วน้ำ
ทั้งหลาย แยกใช้ได้ยิ่งดีค่ะ
คนเหล่านั้นจะได้ไม่รับรังสีจากตัวคุณ แปร่ววววว!!!!~
แร้วตัวเราอ่ะ ไม่หนักหนากว่าคนเหล่านี้รึ
คุณหมอคงเห็นว่าเราสงสัย จึงอธิบายต่อว่า
รังสีที่ออกมาจากตัวคุณ เป็นสิ่งที่ไม่ดี มันถึงขับออกมา
ถึงจะไปตกอยู่ที่ผู้อื่น เพราะงั้นไม่ต้องกังวลเลย
ไม่มีอันตรายใดๆทั้งสิ้น ถึงได้บอกว่าให้ห่างคนใกล้ชิดไว้
เป็นระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์เต็ม
ช่วงนั้นเราเลยกลายเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจไปโดยปริยาย
55555 เพราะแม่บอกว่า ไปไกลๆช้านน ชั้นแสบหน้า โหววว
มันเรื่องจิงเรยนินา ฮิๆ
ช่วงนั้นเป็นช่วงประมาณ เดือน มีนาคม ปี 48 ได้
หลังจากนั้น ประมาณ 2 เดือนให้หลัง หมอก็นัดมาเจาะเลือด
เพื่อตรวจระดับไทรอยด์อีกครั้ง ผลปรากฏว่า
มันต่ำลงค่ะ แสดงว่าต่อมของเรารับน้ำยาตัวนี้
เมื่อต่อมรับน้ำยา ปฏิกิริยาของร่างกายที่ตามมาก็คือ
ฮอร์โมนต่ำ เมื่อฮอร์โมนมันต่ำ
หมอจึงจ่ายยาเพื่อปรับฮอร์โมนของเราให้อยู่ในระดับปกติ
การจ่ายยาตัวนี้ คือต้องกินไปตลอดชีวิตนะคะ
ไม่ใช่ปรับมาอยู่ในระดับปกติแล้วจะหยุดกิน เปล่าเลยค่ะ
เหมือนอย่างที่บอกไปในตอนที่ผ่านๆมา ว่าใครลองได้กร้ำกรายเฉียดเข้ามาหาโรคนี้แล้ว
นั่นคือเพื่อนตายคุณไปตลอดชีวิต
มันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณไปจนตาย
แล้วแต่ว่ามันจะมาตอนไหนบ้าง บางครั้งก็หายไปหลายปีหน่อย
พอคิดถึงคุณมันก็จะกลับมาเยี่ยมคุณค่ะ 555555 ดีมั้ยอ่ะแบบนี้
หลังจากที่หมอจ่ายยาตัวนี้ให้เรามา หมอได้บอกอีกอย่างนึงว่า
หลังจากนี้ คุณจะมี
น้ำหนักตัวที่ขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยนะ
เพราะว่าต่อมเราทำงานไม่มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว
ระบบเผาผลาญมันไม่เร็วเหมือนก่อน เพราะงั้นเมื่อเรายังกินอยู่ปกติเหมือนเดิม
มันจึงอ้วนขึ้น
นั่นนนนนนนนน
จอร์จจ ตอนนี้ชั้นก็อ้วนอยู่แล้วนะยะ จะให้อ้วนขึ้นอีกหลอ
โอ้วววววววว ม่ายยยยยยยนะ ชั้นต่อต้านนนนนนน
หลังจากที่กลืนน้ำแร่ ได้กินยาปรับฮอร์โมนมา3-4 เดือน
ด้วยความที่กลัวว่า นน.จะสปีดหนีเราไปมากกว่านี้
เราค่อนข้างควบคุมตัวเองสุดฤทธิ์ ตอนนั้นเข้าวงจรของ
"ชีวจิต" ทั้งอาหารการกิน
และ รำกระบอง ของชีวจิตเลย ทั้งบ้านมีเราเป็นชีวจิตอยู่คนเดียว
+ กับออกกำลังกายทุกวันๆๆ ไม่มีหยุด ไม่มีขี้เกียจเลย
ส่งผลให้ นน. จากที่ก่อนกลืนน้ำแร่ตอนนั้นอยู่ที่ 75
เราทำแบนี้มาทุกวันๆ พอถึงนัดพบคุณหมอที่ 2 เดือน นน.ก็ลงทุกครั้งที่พบหมอ
ซึ่งหมอยังแปลกใจเลยนะ ว่าคุณทำได้ยังไงกัน คนอื่นๆเค้าจะ
นน.ขึ้นกันแทบจะทั้งนั้น แต่คุณลงเอาๆ แฮะๆ เพราะความที่นู๋กลัวจะ
ระเบิดอ่ะจิคะคุณหมอ ควบคุมอาหารสุดฤทธิ์
ทุกๆเช้า ตื่นตี 5 พา น้องม๋าคู่ใจ
(ไทยหลังอานตัวเมียสุดสวย) วิ่งทุกๆเช้า วันละประมาณ 2
ชั่วโมงได้ (ตอนแรกว่าพาม๋าวิ่ง แต่ไหงพอไปถึงสนาม
กลายเป็น น้องม๋าพาอิชั้นวิ่งล่ะเจ้าคะ)
ขาลากเลยค่ะคุณผู้ชม เหงื่อออกเป็นถังๆ
แบบนี้ทุกวัน
กลับมาบ้านมากายบริหารเป็นส่วนๆต่ออีก
1 ชั่วโมง ออกกำลังกายแบบนี้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงทุกวัน
นานๆมีหยุดพักกล้ามเนื้อบ้างซัก 1
วัน ช่วงนั้นเป็นอะไรที่ ร่างกายรู้สึกแข็งแรงมาก ระยะเวลา
9 เดือน นนลดจาก 75 ลงมาเรื่อยๆ จนถึง 67 กิโล 8
กิโลที่ฝ่าฝันกับ 9 เดือน มีนา-พฤศจิกา มันดูน้อยนะ
ตกเดือนละเกือบโล เพราะว่าผลโยโย่จากยา ทำให้เรา นน.จะลงช้ากว่าคนปกติทั่วไป
แต่ไงก็ดีใจมากที่เข็มมันกระดิกลงมาทางซ้ายซักที
แต่มันเป็นอะไรที่ภูมิใจมาก มีแต่คนทักว่าผอมลงกว่าก่อนอีก
อิอิ ดีใจมากๆ หมอบอกว่า ควบคุมต่อไปนะ เพราะเคสคุณถือว่าไม่เหมือนคนอื่น
ตอนที่ไทรอยด์ทำงานหนัก คนอื่นเค้าผอมกัน แต่คุณกลับอ้วน
พอถึงตอนนี้กลืนน้ำแร่แล้ว คนอื่นเค้าจะอ้วนกัน
แต่คุณกลับผอมลง คริๆๆ สามารถนิหน่าคุณหมอก็ อิอิ
พอถึงเดือนพฤศจิกายนปี 48
ก็มีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเราอีกแล้ว
ดูท่าจะไปได้สวยแล้วใช่มั้ยคะ ยังค่ะๆ พระเจ้า
ย่อมเล่นตลกกับเราแบบนี้เสมอล่ะ