สวัสดีครับ ผมเอง เพื่อนบ้านผู้แสนดีของเจ๊หงส์
นี้ปาเข้ามาตอนที่ 4 พึ่งได้ออกมาทักทายผู้อ่าน ถึงแม้ว่า
จากภาคที่แล้ว คงจำกันได้ว่า
ผมจะระทมกลัดหนองเพราะถูกปฏิเสธรักจากเจ๊หงส์
แต่ผมยังคงมีความรู้สึกดีๆกับเจ๊หงส์เสมอ
คนเรามันต้องรู้จักปลง ไม่ได้เป็นแฟน เป็นแค่เพื่อนก็ได้วะ...
วันนี้
ผมมานั่งคุยกับเจ๊หงส์ที่บ้าน ก็ได้พบกับหมวยอ้อย
ลูกพี่ลูกน้องกับเจ๊หงส์ คะเนจากสายตาของผม หมวยอ้อยนี้
น้ำหนักน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 พอๆกับตอนที่เจ๊หงส์ยังไม่เริ่มโปรแกรมลดความอ้วน
เจ๊หงส์แนะนำหมวยอ้อยว่าทำธุรกิจบริษัททัวร์ที่เชียงใหม่
แต่จะมาพักกับเจ๊ 2 เดือนเพราะจะมาเรียนหลักสูตร SME
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนผม เจ๊หงส์ก็แนะนำว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออกกำลังกายไม่แพ้ครูเอกแฟนของเธอเลยทีเดียว
อุแหม่...ทำเอาผมยืดโชว์สาวเสียเลย
หมวยอ้อยเห็นผมพอมีความรู้เรื่องการออกกำลังกาย
เลยได้ที ถามเลยว่า
"หมวยกำลังคิดจะออกกำลังกาย
เฮียพอมีคำแนะนำให้หมวยไหมว่า หมวยควรจะออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน
แต่ละครั้งนานเท่าไร และจะต้องออกำลังกายหนักขนาดไหน"
"อ้าว
อ้าว มาเป็นขบวนรถไฟเลย ช้าๆหน่อย
เอาว่ามันขึ้นอยู่กับความฟิตของแต่ละคน อย่างหมวยอ้อยนี้
ท่าทางจะไม่ค่อยฟิตเท่าไรนะ"
ผมตอบแบบกลางๆ
แต่กลับกลายเป็นว่า คำพูดของผมทำให้หมวยอ้อยขุ่นเคือง
เธอมองไปรอบๆบ้าน แล้วเดินตรงดิ่งไปหยิบปี๊ปขนมปังกรอบเปล่ามาใบหนึ่ง
ผมและเจ๊หงส์
ทำสีหน้าเป็นเครื่องหมายคำถาม ว่าหมวยอ้อยเอาปี๊ปมาทำไม
ไม่ต้องรอนาน คำตอบก็ถูกเฉลย หมวยอ้อยเอาปี๊ปมาวาง
แล้วจัดการเตะเต็มแรง
"ปัง"
เสียงดังลั่นบ้าน
ยังไม่หนำใจ หมวยตามเอาปี๊ปที่กระเด็นไปไกล เอามาวางใหม่
แล้วจัดการเตะอีก
"ปัง"
และยังไม่พอ ตามเอามาเตะอีก
"ปัง"
และ "ปัง" และ
"ปัง"
ไม่รู้ว่าหมวยอ้อยไปเก็บกดเรื่องอะไร
เธอเตะปี๊ปอย่างบ้าคลั่ง รุนแรง และเหี้ยมโหด
พอดีข้างบ้าน เกิดความรำคาญ ขว้างจานบินร่อนเข้ามา
"เพล้ง"
และตามมาด้วยคำด่า
"เงียบๆหน่อยโว๊ย
คนกำลังจะหลับจะนอน"
ก่อนที่เพื่อนบ้าน ผม และเจ๊หงส์จะเสียสติตามหมวยอ้อย ผมรีบไปคว้าปี๊ปไปเก็บที่หลังบ้าน
เจ๊หงส์รวบตัวหมวยอ้อยไว้ ถึงตรงนั้นแหละที่หมวยอ้อยเพิ่งได้สติ
"หมวยขอโทษนะเจ๊
แต่จะแสดงให้ดูว่า ฟิตขนาดเตะปี๊ปดัง พอเตะหลายๆทีชักมันส์ในอารมณ์
เลยบ้าจี้เตะเอาเตะเอา" หมวยอ้อยสารภาพ
พร้อมทำท่าแลบลิ้นแบบหวังว่าจะคิขุแบบการ์ตูณญีปุ่น
"เฮ้อ"
เสียงเจ๊หงส์ถอนหายใจแบบระอาใจอยู่เล็กน้อย
..............................
ทำไมไม่รู้เหมือนกันว่า แต่ก่อนจะวัดว่าคนเราฟิตแค่ไหน
มันไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องเตะปี๊ปดัง
แต่เรามาว่าตามหลักการออกกำลังกายแล้ว
ความฟิตของร่างกายคนเรานั้น ประกอบด้วย 4 องค์ชาย
องค์ชายใหญ่ คือ Aerobic Fitness หรือ
Cardiorespiratory fitness คือ
ความสามารถในการนำออกซิเจนเข้าไปในร่างกายและใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องต่อไปนี้คือ
การเดิน วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และ เต้นแอร์โรบิค
ในระยะเวลาระหว่าง 15-60 นาทีหรือมากกว่า
การใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นเมื่อเราออกกำลังกายเบาๆจนกระทั่งออกกำลังกายหนักขึ้นเรื่อยๆ
อัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด เรารียกว่า Maximal Oxygen
Consumption หรือ VO2max
ซึ่งเป็นตัวหนึ่งที่จะบอกเราว่า เราควรออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน
นานเท่าไร และหนักมากน้อยแค่ไหน
องค์ชายรอง คือ Muscular Fitness
แบ่งย่อยออกเป็น 2 ส่วนคือ ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ
(Muscular Strength) คือ
ความสามารถในการสร้างแรงของกล้ามเนื้อหนึ่งหรือกลุ่มกล้ามเนื้อหนึ่ง
ส่วน ความทนทานของกล้ามเนื้อ (Muscular Endurance)
คือ ความสามารถ
ในการหดตัวของกลุ่มกล้ามเนื้อ พูดง่ายๆว่า
การยกน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ
ขณะที่ความสามารถในการยกซ้ำๆได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความทนทานของกล้ามเนื้อ
เราสามารถเพิ่ม Muscular Fitness
โดยการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน หรือ resistance
training ก็พวกการยก weight
นั้นแหละครับ
เมื่อเรามีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและทนทานย่อมมีผลดีต่อ
Aerobic Fitness ด้วย ยกตัวอย่าง การวิ่ง
หากจะวิ่งได้ทน ก็ควรฝึกให้กล้ามเนื้อส่วนล่าง โดยการเล่น
weight training ด้วย
แล้วก็มาถึงองค์ชายสาม นั้นคือ Flexibility
คือ
ความสามารถของของข้อต่อต่างๆที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างกว้างขวาง
อันนี้อธิบายง่ายๆดูอย่างพวกนักกีฬายิมนาสติก จะมีเจ้า
Flexibility สูง การเพิ่ม Flexibility
ของร่างกายสามารถกระทำได้โดยการยืดกล้ามเนื้อ
ที่เรียกว่า Stretching และการเล่น
โยคะ โดยปกติ การ Stretching
มักจะกระทำในช่วง อุ่นเครื่อง (warm-up)
และ คลายอุ่น (cool-down)
ก่อนและหลังออกกำลังกาย หากใครมี Flexibility
ที่ค่อนข้างแย่มักจะได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายเสมอๆ
ผ่านไปสามองค์ชาย มารู้จัก องค์ชายสี่ คือ Body
Composition คือ สัดส่วนของไขมัน (Fat)
กับ ส่วนที่ไม่ใช่ไขมัน (lean body mass)
แน่นอนว่าคนที่มีไขมันจำนวนมาก
โอกาสเสี่ยงต่อโรคต่างๆก็สูงกว่าคนปกติ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง หรือแม้แต่มะเร็งบางชนิด
เราต้องพิจารณาทั้ง 4 องค์ชายครับ ถึงจะนับมารวมเรียกว่า
ความฟิตของแต่ละคน
แหล่งข้อมูล :
1. Wellness: Choices for
Health and Fitness โดย Rebecca
Donatelle และ คณะ สำนักพิมพ์
Wadsworth ปี 1999
2.
Physical Fitness and Wellness
โดย Jerrold S. Greenberg
และ คณะ สำนักพิมพ์ Allyn and Bacon
ปี 1998
3.
Super Fitness for Sports, Conditioning and Health
โดย Thomas D. Fahey
สำนักพิมพ์ Allyn and Bacon
ปี 2000
...............................................
เจ๊หงส์ให้หมวยอ้อยมานอนด้วยกันในห้อง
เพราะหมวยอ้อยเป็นคนกลัวผีอย่างที่สุด ไม่อาจจะนอนคนเดียวได้
แต่นั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของเจ๊หงส์
เพราะหมวยอ้อยเป็นคนนอนกรนสุดๆ???
เจ๊หงส์ต้องนอนพลิกซ้าย
พลิกขวา นอนหงาย นอนคว่ำ หรือแม้แต่เอาหมอนอุดหูตัวเองก็แล้ว
ก้ออดรนทนไม่ได้กับเสียงอันดังนั้น
"ครอกกกกกกกกกกกกกกกกกก..ฟี๊"
"ครอกกกกกกกกกกกกกกกกกก..ฟี๊"
"ครอกกกกกกกกกกกกกกกกกก..ฟี๊"
เจ๊หงส์ไม่รู้จะทำยังไง
ด้วยอาการโมโห เพราะไม่ได้นอนทั้งคืน จึงเกิดอาการฟิวส์ขาด
พลันตัดสินใจ....
ถีบหมวยอ้อยตกเตียง
"โครม"
เสียงอันเกิดจากร่างน้องๆช้างกระแทกลงพื้นห้องนอน
แต่ทว่า...
แทนที่หมวยอ้อยจะตื่นขึ้นมา
กลับยังคงนอนไม่รู้สึกรู้สา
และก็ยังคงกรนต่อไปอย่างไม่บันยะบันยัง
"ครอกกกกกกกกกกกกกกกกกก..ฟี๊"
"ครอกกกกกกกกกกกกกกกกกก..ฟี๊"
"ครอกกกกกกกกกกกกกกกกกก..ฟี๊"