หน้าแรก ออกกำลังกาย อาหารการกิน อาหารเสริม ลดความอ้วน Siamfitness Board Chat Room

สุขภาพใจ

 

Free Member


 

หมายเหตุ:
สมาชิกจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการออก
กำลังกาย อาหารการกิน และอาหารเสริมผ่านทาง E-mail ของท่าน และรวมถึง สิทธิพิเศษที่จะมี ขึ้นในอนาคต 


Siamfitness Board
 
 
 


 

เวลามีเสมอสำหรับการออกกำลังกาย         

 
ถึงแม้เจ๊หงส์จะเจ็บช้ำจากการกระทำของเฮียซ้งมากเพียงใด แต่การตายจากไปของคนที่เธออยู่ร่วมมากว่า 5 ปี ก็สร้างความเศร้าเสียใจให้ไม่น้อย ความหลังครั้งก่อนที่เฮียจะมีเมียน้อย ค่อยๆฉายมาทีละภาพ ทีละภาพในห้วงคำนึง ทำให้อดหลั่งน้ำตาเสียไม่ได้

งานครั้งสุดท้ายที่เจ๊หงส์ทำให้เฮียซ้งก็คือ งานศพตามประเพณีทั้งจีนและไทย บรรดาญาติๆทั้งสองฝ่ายร่วมทั้งเพื่อนๆต่างมางานศพครั้งนี้อย่างเนืองแน่น สมกับศักดิ์ศรีของพ่อค้าใหญ่ที่มีผู้นับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อย

หลายๆคนที่พึ่งได้เจอหน้าค่าตาเจ๊หงส์ ต่างตะลึงกับรูปโฉมโนมพรรณ จากเคยเป็นช้างน้ำประจำตระกูล ก็กลายเป็นสาวสวยอย่างไม่น่าเชื่อ เจ๊หงส์ต้องค่อยตอบถึงวิธีการลดความอ้วน ตอนแรกๆเจ๊ก็โม้ไปด้วยความภูมิอกภูมิใจ แต่มาหลังๆพอถามกันมากๆ ก็ชักจะรำคาญเข้าให้

หมวยอ้อย (ไม่ใช่หมออ้อยนะครับ) ลูกพี่ลูกน้องของเจ๊หงส์ ซึ่งสนิทกันมากแต่เด็กๆ มาเพียงระยะหลังๆที่ไม่ได้เจอะเจอกันนัก เพราะหมวยอ้อยแต่งงานกับเจ้าของบริษัททัวร์ที่เชียงใหม่ นานๆทีถึงจะมีโอกาสเข้ามาที่กรุงเทพฯ สมัยก่อน หมวยอ้อยถือเป็นคู่แฝดอภินิหารกับเจ๊หงส์ ด้วยว่าหุ่นของทั้งคู่ตุ้ยนุ้ยไม่แพ้กัน พอเห็นเจ๊หงส์ใน Look ใหม่ ก็ไม่พลาดที่จะถามไถ่ถึงกลเม็ดเคล็ดลับ

"...สิ่งสำคัญก็คือ การออกกำลังกาย" เจ๊หงส์กล่าวแบบสรุป

"เฮ้อ เฮ้อ ไอ้เราก็นึกว่าเจ๊จะมีพวกสูตรดีๆแบบลดได้ 3 วัน 7 วัน หรือมียาดี อาหารเสริมมาแนะนำ นี้อะไร มาบอกให้ออกกำลังกาย อย่างเจ๊ก็ทำได้สิ เวลาเหลือเฟือ แต่ของหมวยนะ ไหนจะต้องทำงาน ส่งลูกเรียนหนังสือ แถมงานบ้านก็ต้องทำอีก จะเอาเวลาที่ไหนมาออกกำลังกาย" หมวยอ้อยทำหน้าตาเซ็งๆ

"ไอ้ยาหรือพวกสูตรลดอ้วนมันดีที่ไหน มีแต่จะทำให้เกิด โยโย่ แอฟเฟค น้ำหนักขึ้นๆลงๆ อาหมวยเชื่อเจ๊ ออกกำลังกาย คือ คำตอบสุดท้าย" เจ๊หงส์ยืนยัน

"อั๊วก็บอกแล้วว่า อั๊วไม่มีเวลาหรอก"

............................................................

"ไม่มีเวลา" คำอ้างอภิอมตะมหานิรันดร์กาลของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ออกกำลังกาย

แต่ทำไม เห็นยังมีเวลาเดินชอปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง เที่ยวผับ เมาส์แตกกับเพื่อนๆ พอจะให้ออกกำลังกาย...

ไม่มีเวล้า ไม่มีเวลา

อะไรกันนักกันหนา แม่พระคุณรุนช่อง

เอางี้เรามาวางแผนเวลากันดูหน่อยเป็นไร Michele Clements ที่ปรึกษาทางฟิตเนส จาก http://www.primusweb.com/fitnesspartner/library/
activity/fittingfitnessin.htm  แนะนำว่า ในขั้นแรก ให้คุณ list สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณมาสัก 10 ประการ หากคิดไม่ออกถึง 10 ก็ไม่เป็นไร แต่ให้พยายามนึกสิว่า ไอ้เรามีชีวิตอยู่นี้ เพื่ออะไร ต้องการอะไร ข้อนี้ดูเหมือนหมูๆ แต่บางคนก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ กลับลืมถามตนเองว่า ที่ทำอยู่นี้เพื่ออะไรกันแน่

เอาละพอ list เสร็จแล้ว คราวนี้มาลอง list วิถีการใช้ชีวิตของคุณสิว่า คุณใช้เวลาในวันหนึ่งๆไปกับอะไรบ้าง เอาเป็นจำนวนชั่งโมงเลย เช่น ทำงานกี่ชั่วโมง เดินทางกี่ชั่วโมง พักผ่อนกี่ชั่วโมง อะไรประมาณนี้

เสร็จหรือยังนักเรียน น้านๆ มีแอบมองเพื่อนนะ อย่าลอกกัน

ทีนี้ เอา list ทั้งสอง มาเทียบกัน ผมว่าเกือบ 90% อาจจะแปลกใจว่า วิถีการใช้ชีวิตของคุณดูจะไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งเอาสะเลย ผมเชื่อแน่ว่า ใน list ของสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ อย่างน้อยต้องมี การที่มีสุขภาพที่แข็งแรง หรือไม่ก็ต้องการมีอายุที่ยืนยาว แต่ครั้นมามองใน list ที่สอง เวลาของคุณอาจจะหมดไปกับการทำงานตามภาระหน้าที่ การเดินทาง การกิน และการสำมะเลเทเมา ขณะที่เวลาสำหรับการดูแลสุขภาพจริงๆกลับไม่มีเลย

เรียกว่า ลืมสิ่งสำคัญในชีวิตไป อย่างไม่น่าให้อภัย

เคยสังเกตคนทำงานหนักๆไหม ทำตั้งแต่เช้ายันดึก แทบไม่มีเวลาพักผ่อน บางคนทำทั้งเสาร์-อาทิตย์ด้วย แน่นอน ไอ้เงินนะมันก็สำคัญครับ แต่หาไว้มากๆ แล้วเกิดตายแบบปัจจุบันทันด่วนแบบ เฮียซ้งนี้ เงินที่หาได้ กลับไม่ได้ใช้ น่าเสียดาย จริงไหมครับ

อย่างพวกบรรดามหาเศรษฐีหลายๆคน รวยล้นฟ้า แต่พุงนี้ใหญ่โตมโหฬาร ปีๆหนึ่งต้องเข้าโรงหมอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เพียงเพราะมีแต่เวลาหาเงิน แต่ไม่รู้จักรักษาชีวิตให้ยืนยาวเพื่อใช้เงินที่ตนเองหา

ลองดูสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตดีๆ คุณอาจจะรู้ว่า อ้าวนี้เราใช้ชีวิตผิดทิศผิดทางแบบกลับหัวกลับห้างเอาเลยทีเดียว

บางทีนะครับ เราอาจจะยอมเสียสละรายได้บางส่วนไป เพื่อแลกกับเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว ดูแลหมาที่บ้าน อ่านหนังสือดีๆ ท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด รวมไปถึง การออกกำลังกาย

ที่นี้ ให้คุณลองทำ list ที่สาม ซึ่งให้เขียนเวลาที่สูญเสียไปอย่างไร้ค่าในกิจกรรมต่างๆของวัน ที่เกินกว่า 10 นาทีขึ้นไป เช่น การคุยโทรศัพท์ รถติด การรอคิวซื้อของ หรือแม้กระทั่งการนั่งเฉยๆไม่ทำอะไร

ใน list ที่สามนี้จะช่วยเตือนสติคุณว่า ที่คุณว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่กลับมีเวลาเสียไปกับกิจกรรมไร้ประโยชน์หลายๆอย่าง หรือ มองดูว่าบางทีหลายๆกิจกรรมสามารถทำพร้อมๆกันได้ในคราวเดียว

แบบนี้สิเรียกว่าการบริหารเวลาอย่างชาญฉลาด

คนเรานะครับ จะมีเวลาให้กับสิ่งที่ตัวเองใส่ใจเสมอแหละครับ แต่ยุคที่วัตถุนิยมสุดฤทธิ์ กลับมองเป้าหมายที่เงินตรา จนหลงลืมเป้าหมายของจิตใจ และสุขภาพ

มาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆคนเริ่มมองเห็นเวลาสำหรับการออกกำลังกายของตนเองแล้ว

แหล่งข้อมูล :

Fitting in Fitness โดย Michele Clements จาก 

http://www.primusweb.com/fitnesspartner/library/
activity/fittingfitnessin.htm

.................................

ช่วงค่ำของงานศพของคืนวันหนึ่ง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการต้อนรับบรรดาญาติโกโหติกาและเพื่อนๆแล้ว เจ๊หงส์และบรรดาญาติๆบางคนรวมถึงหมวยอ้อยก็หาทางคลายบรรยากาศความเศร้าโศกเสียใจด้วยการเล่นไพ่ปอกเด้งหน้าโลงศพกันสะเลย

"นี้ยัยหมวยอ้อย รีบๆดูไพ่ของตัวเองหน่อย อย่าลีลามาก เสียเวลา" เจ๊หงส์เอ่ยขึ้นระหว่างการเล่น

"โถเจ๊ ของอย่างนี้ทันต้องลุ้นหน่อย" หมวยอ้อย ทำท่าทีแบบเซียน ค่อยๆแง้มดูหน้าไพ่ของตนเอง พลางลุ้นแบบสุดชีวิตว่าจะป๊อก หรือไม่ป๊อก

"เฮ้อ ไม่มีคะแนนอีกแล้ว เซ้งว้อย" หมวยอ้อยบ่นกระปอดกระแปด พร้อมทิ้งไพ่ลงในกองอย่างไร้อารมณ์

"ทำไม เจ้ามือมือขึ้นขนาดนี้" เสียงญาติอีกคนบ่นขึ้นมา

เจ้ามือไม่ใช่ใครที่ไหน เจ๊หงส์เรานั่นเอง เจ๊ล้างไพ่อย่างชำนิชำนาญ พร้อมกับสับไพ่ด้วยลีลาเหลือกินเหมือนกับหนังจีนประเภท โคตรเซียนทั้งหลาย ไพ่ราวกับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่ง หลังจากสับไพ่จนหนำใจแล้ว เจ๊ก็แจกไพ่ให้บรรดาลูกวง

หมวยอ้อยปาดเหงื่อพร้อมอารมณ์หงุดหงิดด้วยเสียมาเกือบทุกครั้ง หมวยคว้าไพ่ขึ้นมาลุ้นอย่างเอาเป็นเอาใต้

แต่ขณะที่กำลังลุ้นอยู่นั้น หมวยอ้อยมองไปที่โลงศพซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าอย่างบังเอิญ พลันเห็นโลงศพสั่นไหว สร้างความตะลึงพรึงเพริศ หวาดผวาให้กับหมวยยิ่งนัก

"จ...จ...จ...เจ๊" หมวยอ้อยพูดเสียสั่น

"เป็นอะไร" เจ๊หงส์ซึ่งหนังหันหลังให้โลงศพ ทำสีหน้าแปลกใจอาการของหมวยอ้อย

"นี้ขนาดเสียไพ่ถึงกับเพ้อเลยหรือ"

"จ...จ...เจ๊" หมวยอ้อยมือสั่น แต่พยายามชี้มือไปยังโลงศพ

เจ๊และบรรดาญาติก็งุนงงกับอาการหมวยอ้อย แต่ก็หันไปมองตามมือที่ชี้ ทุกคนก็ถึงกับ นะจังงัง สติแตก เมื่อโลงศพสั่นเป็นเจ้าเข้า ราวกับว่าเฮียซ้งนึกรำคาญที่นอนมากไป เลยนึกอยากจะลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย

ถึงตรงนี้ สัญชาติญาณของมนุษย์ที่มีอยู่ในตัวทุกคนเริ่มทำงาน ทุกๆคนพลันลุกขึ้นวิ่งหนีไปจากบริเวณที่ตั้งศพอย่างรวดเร็วแบบไร้ทิศทาง เจ๊หงส์วิ่งจุกตูดตะเลิดเปิดเปิงออกนอกวัด

........................

........................

........................

กลับมาที่ข้างโลงศพ อาการสั่นเริ่มรุนแรงขึ้น รุนแรงขึ้น จนพลันมีร่าง ร่างหนึ่ง ทะลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมา เหอ เหอ เหอ

เสียงหมาเหาหอนขานรับกันเป็นจังหวะ ฮิพฮอบ

สยองกันไหม พี่น้อง

เปล่าครับ เปล่า ร่างที่โผล่มา ไม่ได้โผล่จากโลง แต่โผล่ขึ้นมาข้างๆโลงครับ

เป็นร่างของ สำปะเหร่อสมหมาย ที่แกเมาแล้วดันไปนอนคุดคู้อยู่ฐานที่ตั้งของโลงที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก แล้วดันมาลุกขึ้นตื่นเพราะปวดฉี่แต่ดันไปชนเอาฐานจนโลงศพสั่นอย่างที่ บรรดามือไพ่เห็น

บ๊อก บ๊อก บรู๊ว.........

บ๊อก บ๊อก บรู๊ว..........

 

ขอขอบคุณ พี่เชาวฤทธิ์ ตั้งโชคประเสริฐ ที่เล่าเรื่องขำๆตอน meeting เลยหยิบยืมมาเป็นมุกสำหรับบทความนี้   

Spacer

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน คลิ๊ก...



 

 

 

© 2003 Siamfitness.com All rights reserved.