แอล-คาร์นิทีนมีลักษณะคล้ายกรดอะมิโน
มีหน้าที่เหมือนเป็นพวกรถบรรทุก
คือ
คอยพากรดไขมันเข้าไปที่ส่วนไมโทคอนเดียภายในเซลล์
ข้อมูลที่บริษัทอาหารเสริมทั้งหลายอ้างคือ
เป็นตัวช่วยในการเผาผลาญอาหารภายในร่างกายและทำให้หุ่นสเลนเดอร์ขึ้นนั่นเอง
แต่ขอโทษที
คุณสมับติส่วนนี้
ปรากฎว่า
มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับน้อยมาก
หรือแทบจะไม่มีผลในด้านนี้เลย
แต่ก็ใช่ว่าเจ้าแอล-คาร์นิทีนจะไม่มีประโยชน์
เพราะ แอล-คาร์นิทีนจะมีประโยชน์
ต่อหัวใจอย่างมาก
ผลงานวิจัยพบว่า
ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
เมื่อได้รับ แอล-คาร์นิทีนประมาณ
4 กรัมต่อวัน
หลังจากนั้น 45
สัปดาห์ต่อมา
การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติและการทำงานที่ผิดปกติของหัวใจ
กลับลดลง
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ไม้รับแอล-คาร์นิทีน
และนอกจากนี้ยังพบว่า
แอล-คาร์นิทีนจะช่วยให้ศักยภาพในการออกกำลังกายดีขึ้น
โดยเพิ่มความทนทาน
ในการออกกำลังกาย
และรวมไปถึงเพิ่มการนำเข้าออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกายด้วย
นอกจากนี้ยังลดอาหารปวดของกล้ามเนื้ออีกด้วย
แต่ความเชื่อที่ว่า
แอล-คาร์นิทีนช่วยสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มสมรรถภาพทาง
ด้านกีฬา
ยังไม่มีงานวิจัยใดมารับรอง
สรุปสั้นๆง่ายๆว่า แอล-คาร์นิทีน
มีประโยชน์อย่างมากในเรื่องของหัวใจ
เพราะมีรายงานวิจัยรองรับมากมาย
ขณะที่
ในเรื่องของการเพิ่มสรรถาภาพ
ในการแข่งขันกีฬา
การลดคอเลสเตอรอล
รวมไปถึงการทำให้น้ำหนักลดลงนั้น
แทบจะไม่มีรายงานวิจัยใดๆออกมารับรองเลย
โดยปกติคนเราปกติทั่วไปจะไม่มีใครขาดเจ้า
แอล-คาร์นิทีนนี้หรอกครับ
เพราะมันมีอยู่ในเนื้อสตว์ที่เราประทานเข้าไปนั้นแหละ
หลายคนเป็นห่วงพวกมังสวิรัตจะขาด
แอล-คาร์นิทีน
แต่ผลปรากฎว่า
ก็แทบจะไม่มีใครขาด
เพราะแท้ที่จริงแล้ว
ร่างกายเราก็สามารถสร้างเจ้า
แอล-คาร์นิทีนนี้ได้เองด้วย
โดยมีวัถุดิบในการสร้าง
คือ ไลซีน เมไทโอนีน
วิตามิน C เหล็ก ไนอะซิน
และ วิตามิน B6
แต่คนที่อาจจะขาดแอล-คาร์นิทีนนั้น
อาจจะเกิดมาจาก
เป็นโรคเบาหวานและตับแข็งครับ
เราๆท่านๆ
ไม่มีใครเขาขาด แอล-คาร์นิทีนหรอกครับ
เพราะฉะนั้นการทานอาหารเสริม
แอล-คาร์นิทีนจึงไม่จำเป็น
เห็นไหม
นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของอิทธิพลการตลาด
ที่หลงให้เราซื้อของที่เราสร้างเองได้มากิน
เสียเงินไปเฉยๆเลย
ใครจะถามอาหารเสริมตัวอื่นถามมาได้นะครับ
จะหาข้อมูลมาให้
|