หน้าแรก ออกกำลังกาย อาหารการกิน อาหารเสริม ลดความอ้วน Siamfitness Board Chat Room

สุขภาพใจ

 

Free Member


 

หมายเหตุ:
สมาชิกจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการออก
กำลังกาย อาหารการกิน และอาหารเสริมผ่านทาง E-mail ของท่าน และรวมถึง สิทธิพิเศษที่จะมี ขึ้นในอนาคต 


Siamfitness Board
 
 
 


 

Jill Zone : อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร กับลีลานายขนมต้ม


          จิลโซนฉบับนี้ มา แว้ว มาแว้ว อาจจะช้าไปซักนิด เพราะ ฮะจิล ไปติดภารกิจกับการทำข่าว มิสยูนิเวิร์ส ที่กำลังฟีเวอร์อยุ่ในบ้านเรา แต่ด้วยความคิดถึงชาวสยามฟิตฯ ฉบับนี้ ฮะจิล มีเรื่องราวของ หนุ่มที่ใครๆมองว่า เค้าเป็นพระเอกอารมณ์ศิลป์ อย่าง อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร แต่จริงๆแล้วน้อยคนจะรู้ว่ากีฬาที่หนุ่มคนนี้ปลื้มเอามากๆคือ “มวยไทย”

            “ชกมวยเป็นกีฬาของลูกผู้ชายอยู่แล้ว แต่ก่อนเราไม่รู้ไง คิดว่า โอโฮ ต้องยากแน่ๆ กว่าจะไปหาค่ายมวยซักที่นึง นึกภาพว่าต้องไปนอนค้าง ตื่นเช้ามาซ้อม ออกวิ่ง แต่นั่นคือภาพของนักมวยอาชีพ แต่พอรู้จักโรงเรียนสอนมวยไทยเราก็ไม่ต้องไปใช้ชีวิตแบบนั้น คือสมัยก่อนคนที่จะเป็นนักมวยพ่อแม่ต้องส่งลูกเข้าไปอยู่ในค่ายมวยเลย กินอยู่ ใช้ชีวิตที่นั่นเลย ปัจจุบันมีทางออกที่น่าสนใจสำหรับคนที่สนใจกีฬามวยไทยแต่ไม่ได้อยากเป็นนักมวยอาชีพได้มาเรียนรู้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออกกำลังกาย”    อัษฎาวุธ หรือ “พี่วุธ” เริ่มต้นเล่า

 

     
       
 

 

           มวยไทยเป็นการออกกำลังกาย อย่างหนึ่ง ที่ได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน ต่อยมวยเนี่ยจะได้ในส่วนของกล้ามเนื้อที่เป็นแรงปะทะ ทำให้ได้กล้ามเนื้อที่สวยงาม แต่ช่วงหลังยอมรับว่ามาซ้อมที่ค่ายน้อยลง ส่วนใหญ่จะชกลม กระโดดเชือก อยู่ที่บ้านมากกว่า  ทำให้ใกล้เคียงกับกับการมาออกกำลังกายที่ค่ายมวยมากที่สุด ตอนนี้กำลังเล็งๆจะซื้อกระสอบทรายอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปแขวนที่ไหน ตอนเช้าหรือก่อนออกไปถ่ายละครก็จะซ้อมซักหน่อย พอให้กล้ามเนื้อเราไม่ลืม

            เวลาถ่ายละครที่ต้องมีบทบู๊ มวยไทยช่วยได้ฉลุยเลย

                เพราะแต่ละฉากเราไม่ได้เตะจริงกับสตั๊นท์แมน ถ้าเตะแบบที่เรียนมาจากค่ายมวย อย่างนั้นคอหักกันแน่ๆ ดังนั้นเนี่ยพอมาแสดงต้องมีเทคนิคทีดูเหมือนโดนจริงๆ เจ็บกันจริงๆ เราเรียนมวยไทยมาก็ต้องปรับ เตะยังไงให้หนักแต่ดูเหมือนไม่หนัก  ก็ได้พี่ๆสตั๊นท์แมนช่วยแนะนำ ได้ท่าใหม่ๆมาด้วย เช่น ยกขาแบบนี้นะ สะบัดแบบนี้นะ ถึงจะดูหนักแน่น แล้วแต่วิธีการ เช่น เน้นความหนักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูคู่ที่เราจะ เตะ ต่อย ด้วย เพราะนอกจากสตั๊นท์ฯแล้ว เราต้องเข้าฉากกับดาราที่เล่นเป็นตัวร้ายในเรื่องด้วย ถ้าไปต่อยจริงๆคงโดนฆ่าแน่ (หัวเราะ) เพราะเค้าคงช้ำไปหมด ต้องมีเทคนิคเข้ามาช่วย มันทำให้เราได้รู้ว่า เตะ ต่อย ยังไง ให้สมจริง แต่ไม่ได้เตะจริงๆ คือเตะในการถ่ายทำ

                บางทีเห็นในหนัง พระเอกเอาแต่ ต่อย ๆ ทำไมไม่เห็นเจ็บเลย แต่ในชีวิตจริงเนี่ยเราต่อยกระสอบทรายมือเรานี่เจ็บนะ ต่อยประมาณ 10 กว่าทีนี่เจ็บแน่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในหนังคนต่อยและคนถูกต่อยก็ต้องเจ็บด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว แต่ลีลาทุกอย่างก็คือช่วยเรื่องของแอ็คติ้งด้วย เหมือนเป็นการเรียนรู้ด้วย ว่าเวลาแตะก้านคอในชีวิตจริงต้องเจ็บขนาดนี้นะ หน้าตาต้องออกประมาณไหน คนที่เคยเตะ ต่อยมวย เนี่ย อาจจะได้ท่าทางอย่างดียวแต่จะไม่ได้อารมณ์ที่แสดงออกมา พอมาเรียนรู้ ก็เลยเข้าใจว่า ขนาดนี้ต้องเจ็บแบบนี้นะ เวลาต่อยมวยเขาจะสอนให้เรารู้ด้วย แต่ในชีวิตจริงเราก็รู้ตัวว่า เราไม่ใช่คนที่ท้าทายใครไม่ใช่คนที่เกเรหรือโชกโชนแบบนั้น เราเล่นบทบู๊ก็จริง แต่ชีวิตจริงไม่มีโอกาสไปบู๊กับใครเพื่อหาประสบการณ์หรอก ตรงนี้ก็ดีนะ สอนเราทางอ้อม จะให้ไปตายจริงก็คงลำบาก(หัวเราะ) ก็อาศัยการเรียนรู้ โชคดีที่ตัดสินใจถูกที่มาตรงนี้ แล้วครูฝึกก็ใจเย็น เพราะเขาจบมาทางด้านพลศึกษาโดยตรง อย่างบางค่ายเขาเป็นนักมวยอาชีพแล้วก็มาเปิดค่ายเพื่อสอน บางทีวิธีการสอนเขาจะแบบนักมวย  คนที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นนักมวยฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจ ถ้าเกิดได้ครูพละที่ผ่านการสอนมาเราก็จะเข้าใจมากขึ้น ไม่ได้สอนแค่ เตะ ต่อย แต่สอนเทคนิค ก่อนจะต่อยต้องวอร์มยังไง มีวิธีหลังจากนั้นอีก ระหว่างอาทิตย์ที่หยุดซ้อมทำยังไงถึงจะมีเทคนิคที่ไม่ลืม เพิ่มเติมให้ด้วย

        



 



 

 

    เตะ ต่อย อยากให้ลีลาพลิ้ว อย่ามองข้ามการวอร์มร่างกาย

                ต้องวอร์มยืดเส้น อย่างกล้ามเนื้อแขนที่เราต้องใช้ ถ้าไม่วอร์มกล้ามเนื้อจะไม่ทันรู้สึกว่า เดี๋ยวจะต้องเจออะไร มันอาจจะช็อคได้ ระบม เจ็บมาก กลับไปบ้านจะปวดไปอีกหลายวัน เหมือนกับการบอกร่างกายเราไปในตัวว่า เดียวตรงนี้ต้องใช้งานนะ ตรงนี้จะต้องยืดขนาดนี้นะ กล้ามเนื้อจะได้มีเวลาเตรียมตัว การวอร์มแต่ละครั้งก็แล้วแต่นะ แต่ส่วนใหญ่จะประมาณ 15 นาที มากกว่านั้นได้ แต่ไม่น่าจะน้อยกว่านี้ เวลาถ่ายหนังจริงๆแล้วใช้เวลามากกว่านั้นมากเลย ต้องมานั่งยืดขา ฉีกขา นั่งนอน เตะ อากาศ รวมๆแล้ว 1 ชั่วโมง แค่วอร์มก็เหนื่อยแล้ว เหงื่อออกเยอะมาก เหงื่อออกปั๊บเนี่ย แสดงว่าเราพร้อมที่จะเข้าฉากแล้ว มันก็ดี คือเมื่อก่อนก็เคยคิดว่าทำไมเราต้องวอร์มนานขนาดนั้น แต่วันไหนที่ไม่ได้วอร์มจะรู้เลย ท่า เตะ ต่อย ที่ออกมาในฉากมันจะแตกต่างกัน บางทีเตะก้านคอเนี่ยถ้าไม่ได้วอร์มเตะไม่ถึง เส้นมันไม่ได้ยืดไง ทุกคนสามารถทำได้นะ อย่าง ไม่เคยลองฉีกขาดู ทำไมทำได้แค่นี้ ค่อยๆใจเย็นๆ ค่อยๆทำ บอกกล้ามเนื้อให้มันรู้ เดี๋ยวก็ปรับตัวได้ โดยเฉพาะเด็กๆถ้ามาฝีกนะ จะดีมาก เพราะเด็กๆเนี่ยกล้ามเนื้อยังใหม่อยู่ อย่างกีฬายิมนาสติกทำไมนิยมให้ฝึกตั้งแต่เด็กก็เพราะกล้ามเนื้อจะได้มีเวลาเตรียมตัว บางทีโตแล้วได้แต่ทำงานนั่งโต๊ะ ใช้แต่กล้ามเนื้อที่ข้อมือกับนิ้วอย่างเดียว ส่วนอื่นไม่ได้ใช้เลย แค่เอี้ยวตัวก็เจ็บแล้ว มันต้องอยู่ที่ความสม่ำเสมอและก็ทำบ่อยๆ

            เคยมีประสบการณ์ “เจ็บ” กับมวยไทยมาแล้ว  แม้จะเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกัน แต่หนุ่มวุธมีวิธีเซฟตัวเองแบบไม่ให้มีรอยฟกช้ำดำเขียว ให้หมดหล่อ

                สมัยเรียนมัธยม จะมีเวทีมวยอยู่ข้างๆ ก็เลยชวนเพื่อนขึ้นไป  เพื่อนเตี้ยกว่าแล้วก็อ้วนกว่า คือตอนนั้นไม่ได้เรียนมวยเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ โดนต่อยปั๊บเราก็มึนเลย รู้เลยว่าเมาหมัดเป็นยังไง ถ้าเกิดเจอแรงๆแบบนักมวยที่หมัดเดียวสลบก็จะเข้าใจเลย ตอนถูกต่อยนี่สุดยอด กลับมาบ้านนี่ระบมมาก พอมาเรียนจริงจังก็ได้ลองต่อยกับครู แต่ครูออมมือให้ เหมือนลองเวที มีไหว้ครูด้วย ที่ครูยั้งเพราะคงกลัวว่าเราอาจจะเข็ด เดี๋ยวจะไม่กล้ามาเรียนอีก ตรงนี้มันก็อยู่ที่ใจนะ หมายถึงบางคนเจอแล้วอึ้งก็จะฝังใจ ซ้อมให้ชัวร์ก่อน เวลาโดนจริงๆจะได้มีภูมิคุ้มกัน ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

                ปกติเวลาเล่นละครก็ใส่กางเกงขายาวอยู่แล้ว เป็นอะไรที่ปกปิด แต่ผลจากการซ้อมของเราไม่ได้รุนแรงขนาด แขนหัก ขาหัก อย่างนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ จริงๆแล้วกระสอบทรายมีหลายประเภท ถ้าแบบเข็งมากก็อยู่ที่ท่าที่เราจะใช้ เช่น ใช้ เข่า หมัด หรือขายัน กระโดดถีบ เราต้องรู้ว่าประมาณไหน จะมีครูคอยดูให้ว่า แข็งไป หรือว่าเบาไป กระสอบทรายที่หนักหน่อย ถีบปุ๊บมันจะลอยชนเพดานไปเลย ถ้าเบาไปมันอาจจะแกว่งกลับมา ถ้าต่อยกระสอบทรายนานๆมือจะเจ็บได้ เราไม่ได้ฝึกซ้อมเพื่อได้แต้ม ไม่ได้ขึ้นเวทีจริงๆ เราเรียนตรงนี้เพื่อสนุกด้วย เพื่อให้ได้พัฒนาการด้วย บางคนมาเรียนแล้ว เตะ ต่อย บ่อยๆเข้า เก่งขึ้น ทีนี้ก็จะได้เวลาเปลี่ยนกระสอบทรายให้มันยากขึ้นเรื่อยๆ  แต่ไม่ใช่ว่าเริ่มจากยากก่อน ไม่อย่างนั้นจะท้อใจ บางคนเจอยากๆตั้งแต่ต้นก็จะกลับเลย ไม่เรียนแล้ว อยู่ที่เทคนิคการสอนด้วย ครูจะเข้าใจว่าเรามาเรียนตรงนี้ต้องการอะไรและและคนทีมามีศักยภาพแค่ไหน ไม่มีการให้ทำอะไรที่เกินกำลังแน่นอน

            จุดมุ่งหมายของการเล่นกีฬาของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน แต่คุณค่าของมวยไทยให้อะไรกับพระเอกของเราแบบเกินคาด

                กับร่างกายนี่คงไม่ต้องบอกนะ รู้กันอยู่แล้ว คืออกกำลังกาย เล่นกีฬาทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว แต่ต้องดูกีฬาที่เราเล่นแต่ละประเภทด้วย มันจะให้ผลกับกล้ามเนื้อแตกต่างกันไป กีฬาบางอย่างอาจจะต้องเล่นเป็นกลุ่ม มีพรรคพวกเยอะ บางคนว่างไม่พร้อมเพื่อน ก็อาจจะเลือกกีฬาอย่าง ว่ายน้ำ เล่ยฟิตเนสซะ อย่างที่บอกว่าอยู่ที่วัตถุประสงค์ของแต่ละคนมากกว่า ส่วนคุณค่าทางใจที่ได้ก็แตกต่างกันไปอีก อย่างกีฬาวิ่ง ก็มีหลายประเภท วิ่งช้าๆ หรือวิ่งมาราธอน ก็ได้ฝีกความอดทน ถ้าวิ่งเร็วก็จะได้สปีด ได้ฝึกความเร็ว เหมือนกับได้แข่งกับตัวเอง ถ้าถอดใจก็จะแพ้คนที่อดทนมากกว่าเรา

            ต่อยมวยเนี่ยคุณค่าที่ได้เรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทยแล้ว ยังได้อนุรักษ์ตรงนี้ไว้ ได้ฝึกความอดทน ให้จิตใจเราได้กล้าแกร่ง แน่ๆว่าเราต้องเจ็บไม่ว่าจะถูกหมัดไหน  หรือ โดนสวนกลับมาด้วยท่าไหน มันเป็นการฝึกสติ ฝึกสมาธิของเราด้วย ทำให้เราได้ฝึกการหลบ ฝึกสายตา ฝึกทีจะเรียนรู้จังหวะของตัวเองด้วย จะหลบยังไงจะหลีกยังไง ในชีวิตประจำวันของเราอาจจะไม่ได้เอาเทคนิคการต่อยมวยมาใช้ แต่ถ้าเรามีสติอยู่ตลอดเวลา มองให้ลึกถึงคู่ต่อสู้ เราจะรู้ถึงขนาดที่ว่า คนนี้ถนัดขวาหรือซ้าย หมัดที่แรงที่สุดต้องเป็นหมัดขวา เราต้องตั้งการ์ดยังไงถึงจะไม่โดน หรือหากชีวิตจริงคนนี้เข้ามาหาเราแบบประสงค์ร้าย เราจะได้รู้ว่าเขาจะมาแบบไหน แนวไหน อ่านเกมส์ให้ออก  อาจจะไม่ถึงขั้นต้องโต้ตอบ เพียงแค่รู้ว่าจะต้องทำยังไง เราต้องมีสติตลอดเวลา ตรงนี้เนี่ยหากว่าใครไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมา ใครจะเข้ามาชกก็คงไม่เห็น มองไม่ออกว่าหมัดนี้กำลังมา เหมือนภาพยนตร์เรื่อง แมททริคซ์ (หัวเราะ) แทนที่จะเร็ว เราจะเห็นเป็นภาพสโลว์ไปเลย อันนี้เปรียบเทียบแบบอุปมาอุปมัยนะ ทางความคิดแล้วทำให้เราเป็นคนมีสติปัญญามากขึ้น ใจเย็นขึ้น ไม่บุ่มบ่าม วู่วาม บางคนไม่ได้ฝึกมวยมาแต่ทำตัวระราน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ในขณะทีเรามีวิชากลับทำให้เราเข้มแข็งและอยากจะช่วยเหลือคนอื่นทีอ่อนแอกว่า มันต่างกัน

                “มวยไทยไม่ได้สอนให้เป็นนักเลงแต่สอนให้ช่วยเหลือผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า มีเสน่ห์ตรงนี้” พระเอกสุดหล่อยืนยัน  

                ใครทึ่คันไม้คันมือ อยากจะลุกขึ้นมา ชก ชก  ชก อย่าง อัษฎาวุธ ยกมือขึ้น !!!!

            พบกันฉบับหน้า ฉบับนี้ขอบอกขอบใจ  Black Guy เพื่อนตัวดำๆ ของฮะจิลเช่นเคย

             

Spacer



ส่งหน้านี้ให้เพื่อน คลิ๊ก
...




 

 



 

© 2003 Siamfitness.com All rights reserved.