
สวัสดีจ้ะ เพื่อน
ๆ SF หลังจากที่เราเขียนไดอารี่ลดน้ำหนักมา 1
เดือนกว่าก็ลดลงมา 3 กิโลแล้วจ้ะ อืม
การเขียนบันทึกอาหารและการออกกำลังกาย
เป็นแรงจูงใจให้เราต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง
และต้องทำให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
เมื่อคืนดูทีวีไป
ก็จัดอัลบั้มรูปไปด้วย ดูจากรูปถ่ายเดิม เอ๊ะ
ตัวเราเดี๋ยวผอม เดี๋ยวอวบ สลับไปมา
แบบรูปร่างไม่คงที่เลย ก็มานั่งคิดว่าหลัก ๆ มาจาก
อาหารการกิน ช่วงไหนสบายใจ กินขนมปังเยอะ
น้ำหนักขึ้นเร็วเลยแหล่ะ
แล้วชีวิตประจำวันก็นั่งทำงานหน้าคอม
ขับรถไปประชุมกับลูกค้าบ้าง ทำให้อวบอ้วนที่พุงมากเลยจ้า
ตอนนี้ต้องเลือกกินอาหารแคลต่ำเช่น ข้าวกล้อง, ผักต้ม,
พยายามกินผลไม้ทุกวัน งดอาหารชวนอ้วนทั้งหลาย
และหากิจกรรมทำช่วงพักเที่ยง เช่น เดินขึ้น-ลงบันไดแทน,
เดินเล่นตลาดนัดแถวที่ทำงาน, เดินแทนขับรถในระยะไม่ไกล
(2 ป้ายรถ)
ถ้ามีเวลาว่างก็ไปเข้าโยคะร้อน, เต้นประยุกต์อินเดีย,
ปั่นจักรยาน
แต่ถ้าอยู่บ้านก็จะทำงานบ้าน, กายบริหารช่วงดูทีวี
แล้วก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพกาย + ใจ,
การออกกำลังกาย, นิตยสารสุขภาพ, รวมทั้ง Pocket Book
ลดน้ำหนักด้วย
อืม
วันนี้เราลองทำแบบทดสอบเกี่ยวกับบุคลิกภาพการกินด้วยนะ
(อ้างอิงจากเวบต่างประเทศที่ให้ข้อมูลลดน้ำหนักฟรีค่ะ)
1. The Emotional
Eater Personality
เป็นแบบอยากกินอยู่ตลอดทั้งที่ไม่หิว กินคลายเครียด,
กินแก้กลุ้ม.
ใจลอยเดินไปเปิดตู้เย็นหาอารายกินดีกว่า
แต่กินเสร็จก็เศร้าอีกเพราะไม่รู้กินไปทำไม
โทษตัวเองว่าไม่น่าเลยเรา
วิธีแก้
-
ต้องหาเพื่อนคอยเป็นโค้ชทั้งปลอบและเตือน
ถ้าเห็นพฤติกรรม
กินตามอารมณ์ตัวเองอีก
เพื่อช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแก้เหงา, กลุ้ม,
เครียดซ้ำอีก
-
หารูปถ่ายหุ่นสาวสวยมาแปะไว้
หรือติดเป้าหมายตัวเองไว้ที่หน้าตู้เย็น, หน้าคอม,
โต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อเตือนใจตัวเองไม่ให้หลุดอีก
- เขียนไดอารี่ว่า
เมื่อไหร่และทำไม ถึงตักอาหารทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบ
และยั้งการกินตามใจตัวทั้งที่ไม่หิวได้
2. The Carb Crazy
Personality
คือประเภทจำกัดอาหาร
แต่จะกินเพลินอาหารที่ชอบทั้งหลายโดยไม่คำนึงว่าเป็นอาหารแคลสูง,
คาร์บสูง หรือไขมันเยอะก็ตาม แล้วจะไม่คำนวณสัดส่วนของอาหารในแต่ละวันว่าต้องกินประเภท
ผัก, ผลไม้ หรือ ไฟเบอร์ ซึ่งมีผลให้น้ำตาลในเลือดสูง
ทำให้หงุดหงิด
หรือโกรธง่ายถ้าต้องอดอาหารที่ตัวเองชอบประเภทแคลสูงนี้
ร่างกายจะเกิดโยโย่ ผอมแล้วอ้วนสลับไปมา
วิธีแก้
-
ให้จดบันทึกรายการอาหารที่กินในแต่ละมื้อ
โดยต้องเลือกกินครบห้าหมู่และอาหารมีประโยชน์
-
เขียนและซื้อรายชื่ออาหารที่มีประโยชน์เช่นหมวด โปรตีน,
ผัก, ผลไม้มาเก็บไว้ในตู้เย็น
เพื่อจะได้หยิบผลไม้มากินแทนโดนัท หรือมันฝรั่งทอด
3.The Fast Fueler
Personality
คือประเภทมีธุระยุ่งทั้งวัน
ไม่สะดวกที่จะแวะไปกินข้าวแต่ละมื้อ จะรอจนหิวจัด
เพราะอดมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน
แล้วกินรวบยอดมื้อเย็นหรือมื้อดึกทีเดียว
ดังนั้นพอผ่านร้าน Fast Food ทั้งหลายก็จะโดดซื้อทันที
โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของอาหารในมื้อนั้น
วิธีแก้
- กินอาหารครบ 3
มื้อในแต่ละวัน หรืออาจเป็นมื้อย่อย 6 มื้อก็ได้ (รวมอาหารว่าง)
-
ซื้ออาหารและทำเตรียมไว้ล่วงหน้าในวันอาทิตย์ เพื่อใส่กล่องมากินแบบง่าย
ๆ ได้ที่โต๊ะทำงาน
-
วางแผนเตรียมอาหารเช้า และอาหารกลางวัน
เพื่อไม่หิวโหยไปกินมื้อเย็นเยอะ
- เลือกผัก + ผลไม้
ไว้ใกล้ตัวเพื่อกินรองท้องเวลาหิว
-
ดื่มชาเขียวแทนกาแฟ หรือ โซดา ในระหว่างมื้อ
4. The Portion
Distortioner Personality
เราจัดอยู่ในหมวดกินบ่อยทั้งที่ไม่หิว และกินปริมาณเยอะ
เกินพลังงานที่ต้องใช้ต่อวัน หรือจะเรียกว่า Eat-for-tainerment ก็ได้จ้า
วิธีแก้
- ใช้จานเล็กลง
และเคี้ยวช้า ๆ ในแต่ละคำ
-
ถือคติยอมเสียของดีกว่า
กินหมดจานแล้วไขมันมาเกาะอยู่ที่พุงเราแทน
-
กินในโอกาสสำคัญเท่านั้น คือไม่ใช่หาร้านอาหย่อยกินทุกสุดสัปดาห์
แบบ Meet & Eat บ่อย ๆ อ่ะ
- ท่องในใจว่า 1
มื้อกินปริมาณเท่ากับ ขนาดกล่องกระดาษอาหารพกพาพอ
-
กะปริมาณอาหารคร่าว ๆ ในแต่วันดังนี้คือ
เนย 1/3 ส่วน = ตัวต่อ
1 แผ่นเล็ก
มันฝรั่งอบ = เม้าส์ของคอมพิวเตอร์
โปรตีน 3 ออนซ =
ตลับเทป 1 อัน
ร่างกายก็จะค่อย ๆ
ปรับตัวรับรู้ปริมาณที่กินน้อยลง แล้วน้ำหนักตัวจะค่อย ๆ
ลง
เราอ่านแล้ว
ก็ว่าจะทำตามที่ข้อแนะนำ อืม
ได้ผลยังไงก็จะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ
สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเรา เปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้
ก็จะผอมสวยสุขภาพดีจ้ะ