
ขอร่วม
แชร์ประสบการณ์การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีด้วยคนนะ
คะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวหน่อยค่ะ
อายุ 21
หนักสุด 104 !!
เบาสุด ไม่รู้ค่ะ คงน้ำหนักแรกสุดตอนทารกน่ะคะ
ที่ผ่านมาอ้วนมาตลอด
น้ำหนักปัจจุบัน 62
ก่อนหน้านี้เมื่ออายุ 16-17 ไปโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
(exchange student) ที่อเมริกามา 1 ปี หอบน้ำหนักกลับมา
20 kg!!!! oO~ บวกน้ำหนักก่อนไป 80 กว่าๆ เลยเพิ่มมาเปน
104 kg OMG!!!!!!!!!
อันที่จริงก่อนไปก้ออ้วนอยู่แล้วค่ะ อ้วนตั้งแต่เด็ก
ไม่ได้โทษกรรมพันธุ์นะคะ แต่มันอาจจะมีส่วนนิดหน่อย
แต่หลักๆก้อคือกินมากผิดปกติค่ะ แม่เคยบอกว่านู๋น่ะกินจนหลับ
จนจะอ้วก กันไปเลยทีเดียว - -''
ด้วยนิสัยการกินที่ผิด
และไม่รู้ซึ้งถึงมันซะทีว่ามันคือการทำร้ายตัวเองได้แต่กินๆตามใจปากเข้าไป
พอกลับมาไทย ลงจากเครื่อง คำแรกที่พ่อพูดกะเรา นี่ลูกช้างเหรอเนี่ย++++
T-T
ด้วยการที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่นี่ กลับมาเรียน ม.6
กะเพื่อนๆค่ะ ก้อไม่ได้ลดอะไรนะคะ
เพียงแต่อาหารการกินมันเปลี่ยนไป ทำกิจกรรมมากขึ้น จึงลงมาอยุที่
90 เห็นจะได้
ส่วนการ diet
ครั้งแรกในชีวิตเริ่มที่ตรงนี้ค่ะ
เนื่องจากตอนนั้นมีงานกีฬาสีโรงเรียน
แล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้เส้นเอ็นหวิดขาด ต้องเข้าเฝือกเป็นระยะเวลาพอสมควร
ก้อเลยไปไหนไม่ได้ค่ะ นอนเฉยๆ จึงถือโอกาสนี้
เพราะคิดว่าไหนๆก้อแทบไม่ได้ใช้พลังงานอยู่แล้ว
และช่วงนั้นเพื่อนสนิทเค้าเป็นดรัมเมเยอร์ของสีค่ะ
จึงต้องฟิตหุ่น และเค้าก้อแนะนำมาว่าเออ ทำ detox
แบบเค้าสิ ก้อคือทานผักผลไม้ที่มีน้ำตาลและแป้งต่ำ
ไม่ทานเนื้อสัตว์หรือคาร์บเลยค่ะ
เมนูที่ทานก้อมื้อเช้ามันจะเป็นกล้วย 1 ผล กับชาคาร์โมมายล์
กลางวัน น้ำเต้าหู้
หรือผักจิ้มน้ำพริกอะไรก้อได้ที่ไม่มีเนื้อสัตว์หรือผ่านกระบวนการที่ต้องใช้น้ำมันในการปรุง
และเย็นอาจจะเป็นส้ม 1 ผลกับชาค่ะ ตอนนั้นทำอยู่ 5-6
วันก้อลดไปสามสี่โลเลยค่ะ
***ทำได้เฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้พลังงานเลยนะคะ
และตอนนั้นที่ป่วยก้อไม่ได้จำเป็นต้องซ่อมแซมร่างกายอะไร
แค่ขาเจ็บน่ะคะ
****อย่าทำตามโดยเด็ดขาดนะคะ
หากว่าคุณต้องทำงานหรือเรียนหนังสือ
****หากใครต้องการจะทำนะคะ ควรจะเพิ่มสัดส่วนของแป้งและน้ำตาลเข้าไปมากกว่านี้
เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำกิจกรรมอย่างเพียงพอค่ะ
และหากทำร่วมกับการออกกำลังกายเบาๆอย่างโยคะหรือเดินเร็ว
ลงได้วันละโลเลยค่ะ (เพื่อนลองมาแล้ว)
*****ทำได้ไม่เกิน 7 วัน นะคะ ไม่งั้นจะเป็นอันตราย
อาจจะขาดสารอาหารได้ค่ะ และทำได้ครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ!!
และแล้วมันก้อลงมาอยู่ที่ ประมาณ
84-85 ค่ะ ^^''
หลังจากนั้นก้อแค่เลือกทานบ้างค่ะ
แต่ตามประสาเด็กๆค่ะ เห็นขนม ไก่ทอด ลูกชิ้นทอดหน้าร.ร.ไม่ได้
ตอนเย็นเพื่อนชวนกินก้อไม่รู้จักอดทนเลยค่ะ
ก้อกินตามสบายเรื่อยมา เพียงแต่ในมื้ออาหารจะทานให้อิ่ม
ไม่เน้นเเป้งเน้นผักมากขึ้นค่ะ ก้อลดมาเรื่อยจนสักประมาณ
80
อ่า คราวนี้เข้ามหาลัยแล้วค่ะ
แต่มหาลัยที่นู่เรียนไม่ได้มีค่านิยมเรื่องความสวยเพรียว
แต่งตัวฟิตๆกระโปรงสั้นอะไรมาก
จึงไม่ค่อยรู้สึกต้องลดค่ะ 55 ตอนนั้นไปเรียนที่แคมปัสต่างจังหวัด
อยู่หอค่ะ เต็มที่กะชีวิตมาก คือมีความสุขกะการกิน เพระาเรียนหนักและเหนื่อย
ได้ออกกำลังกายบ้างคือขี่จักรยานค่ะ เพราะแคมปัสใหญ่มาก
ด้วยความที่ทุกคนอยู่หอค่ะ
ชีวิตก้อเลยมีแค่เรียน+กินเท่านั้น
แต่พอโตขึ้นก้อรู้เรื่องโภชนการมากขึ้นเพราะค่อนข้างสนใจพอสมควรค่ะ
ก้อเริ่มรู้ว่าอะไรกินแล้วได้สารอาหารอะไรอย่างไรบ้าง
ก้อพยายามทานแต่ที่เพื่อสุขภาพค่ะ แต่ทานเยอะ
และยังทานของทอดอยู่ประจำ - -''
น้ำหนักไม่ขึ้นหรอกค่ะ แต่ว่าไม่ลงเลยช่วงนั้น
หลังๆเริ่มจะอึดอัด รู้สึกว่าเพื่อนเรามันตัวเล็กจัง
ก้อไม่ได้อยากเล็กเท่าเค้าหรอกค่ะ เพระาเรามันตัวใหญ่กระดูกควายอยู่แล้ว
เลยไม่ได้หวังมากยังงั้นแค่อยากสบายตัวขึ้นค่ะ
ก้อเลยเคร่งครัดกว่าเดิมนิดหน่อย
เริ่มเอาเพื่อนมันซ้อนจักรยานจะได้เหนื่อยกว่าเดิม
ก้อลดลงมา ที่ประมาณ 72-75 ค่ะ
คราวนี้ขึ้นปี 2 ค่ะ ย้ายกลับมาแคมปัสที่กรุงเทพฯ
enjoy มากค่ะ เข้ากรุงแล้ว กินเรียบบบ อยู่หอเหมือนเดิมค่ะ
ด้วยวิชาเรียนที่หนักหน่วงมากๆไม่ค่อยได้นอนขืนอยู่บ้าน
เดินทางไกลจะทำให้ตายเอาค่ะ แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย
ช่วงนั้นเลยเริ่มจะมื้อมื้อดึกค่ะ ติดไส้กรอกชีสมาก -
-'' ทานขนมปัง เบเกอร์รี่ทุกวัน หออยู่ตรงศิริราช
ของกินเพียบค่ะ เริ่มรู้สึกว่าอึดอัดในชุดนักศึกษา
กางเกงยีนส์ เริ่มฟิต
แต่น้ำหนักไม่ขึ้น งงเหมือนกัน
**ขออย่าให้ทุกคนที่ diet
นะคะอย่าไปสนใจตัวเลขบนตราชั่งเลยค่ะ สนความสบายเมื่อได้สวมใส่เสื้อผ้าแล้วดูดี
จะดีกว่า มันไม่หลอกเราค่ะ
เชื่อสิ่งที่มองเห็นจับต้องได้ดีกว่าค่ะ
เมื่อเริ่มทนไม่ได้ ก้อเลยเริ่มคุมอาหารอีกครั้งค่ะ
แต่ก้อแค่คุม ไม่ให้อ้วนขึ้นค่ะ เพราะตอนนั้นจะให้งดแป้งทำไม่ไหวค่ะ
เรียนเหนื่อยมากจริงๆทำงานกันทั้งวันทั้งคืน
T---T '' แล้วมันก้อลงไปที่ประมาณ 70 ได้มั้งคะ
คราวนี้ถึงช่วงสำคัญแล้วค่ะ
ปิดเทอมใหญ่ของปี 2ก่อนขึ้นปี 3 คิดว่าไม่ได้แล้วค่ะ
หากไม่ลดจริงๆจังตอนนี้ จะไม่มีเวลาลดอีกแล้ว
ด้วยหน้าที่ของการเรียนอันหนักหนา ที่พอปี 3
งานจะเยอะ+ยากขึ้นมากๆ ทำให้เวลาน้อยลงยิ่งกว่าเดิมอีก
คงทำให้คุมมากไม่ได้ ประกอบกับคำพูดของ
trainer ที่ฟิตเนสค่ะ พี่เค้าบอกว่า
"ผู้หญิงหากเลยอายุ 25 ไปลดยากแล้วนะคับ " oO~~~
เท่านั้นละคะ ก็ตัดสินใจทำ personal training กับพี่เค้า
ก้อช่วยให้มีคนโทรมาจิกเราไปออกกำลังกายค่ะ
***จริงๆใครที่เข้า
fitness อยู่ก้อไม่จำเป็นต้องทำหรอกนะคะ เพราะราคาสูง
และก็จริงๆมันก้อไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ
คือเค้าแค่จับตาดูเรา และคอยให้คำแนะนำ
ซึ่งจริงๆเราถามใครก้อได้ค่ะ
หากกล้าถามพี่เค้าก้อยินดีตอบทั้งนั้นละคะ
หรือหากเป็นห่วงเรื่องยกเวตก้อปรึกษา
trainer ได้เช่นกัน
หรือจะอ่านเอาจากตำราที่มีขายทั่วไปก้อได้ค่ะ
อ้างอิงทฤษฎีเดียวกันทั้งนั้นค่ะ แต่ที่นู๋ตัดสินใจทำเพราะเห็นว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของคนขี้เกียจอย่างเรา
^^'' ้กอไป fitness เกือบทุกวันค่ะ อาทิตย์นึงจะนัดพี่เค้า
ประมาณ 3 วัน
เพื่อติดตามผลว่าเออออกกำลังกายเป็นยังไงถึงไหนแล้ว อู้ไหม
ไรเงี้ยค่ะ 55
**trainerเค้าบอกมาว่าคนที่ลดน้ำหนักไม่ควรชั่งตราชั่งบ่อยๆค่ะ
จะทำให้เครียดและน้ำหนักลงช้ากว่าคนที่ลดอย่างมีความสุข
ไม่หมกหมุ่นค่ะ
ชั่งแค่สามสี่อาทิตย์ครั้งก้อพอ
แต่ให้รู้ตัวเองค่ะว่าอย่าทานมากเกินที่ต้องการได้รับมากไป
และหลังบ่ายโมงไม่ควรรับประทานแป้งมากไป
ทานแค่ให้มีพลังมาออกกำลังกายก้อพอ เพราะคนเราเวลา
burn นะคะ 20
นาทีแรกคือการดึงพลังงานจากแป้ง+น้ำตาลมาใช้ค่ะ
และหากคุณไม่กินแป้งเลยเนี่ย
มันก้อจะทำให้ไม่ดีต่อกล้ามเนื้อของเราค่ะ
เพราะจะอ่อนล้าเกินไป แล้วพอทำ personal training
จบไปน้ำหนักหายไปสามสี่โลค่ะ อาจจะไม่มากนะคะ
แต่รูปร่างเปลี่ยน จากเนื้อนมไข่
กลายเป็นกระดูกเริ่มโผล่ค่ะ
ยังไม่ผอมหรอกนะคะแต่ด้วยโครงสร้างส่วนตัวเองที่มันใหญ่มากๆ
- -' จากแขนที่กล๊มกลมเป็นท่อนข้าวหลามนะคะก้อเริ่มเห็นเส้นเลือดบ้าง
และก้อดูแบนๆลีบๆลงค่ะ ใช้เวลาสองเดือนเชียวนะคะ
มีกล้ามเนื้อและดูแข็งแรงขึ้นพอใจมากค่ะ
อีกเดือนที่เหลือของการปิดเทอมก้อยังมาออกเองวันเว้นวันค่ะ
โดยการคาร์ดิโอ อะไรก้อได้ อาจจะวิ่งเหยาะ/threadmill/heartrate
ประมาณ 30 นาที ไม่รวม cool down ร่วมกับการเวทครบชุด
ทุกชุดชุดละ 3 เซท เซทละ 15 ครั้งค่ะ
พอใกล้เปิดเทอมก้อลดลงมาเหลือ 62 ค่ะ ^^''
และทุกวันนี้ก้อยังเท่านี้อยู่ค่ะ
ยังคุมอาหารและออกกำลังบ้างหากมีเวลาเสมอค่ะ
น้ำหนักไม่ขึ้นไม่ลงเลยค่ะ
ระหว่างทางการลดน้ำหนักก้อมีตบะแตกบ่อยค่ะ
เซ็งตัวเองเหลือเกิน ที่แตกนี่ไม่ใช่แตกธรรมดานะคะ
กระเพาะนู๋จุได้เยอะกว่าคนอื่นถ้าไม่รู้จักระวัง55
มีวันนึงกินพริงเกิลไปสองกระปุกใหญ่
ตามด้วยขนมปังสองแผ่นแค่มื้อเช้านะคะ กลางวันเค้ก
บุฟเฟต์ sizzler เย็นยังกลับมากินปลาทอดอีกค่ะ ไงคะ ตกใจมั้ย!?!!!!???
จนทุเรศตัวเองค่ะ ทำไมต้องทำร้ายตัวเองยังงั้นด้วย งงค่ะ
สงสัยเปนโรคจิต เลยอยากจะเริ่มต้นอีกครั้งค่ะ
อยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
อยากทำอะไรเพื่อตัวเองจริงๆซักทีค่ะ
ก้อเลยจะมาอัพเดทเมนูประจำวันของทุกๆวันที่นี่นะคะ
ขอให้ทุกคนคอยให้กำลังใจ และสู้ไปพร้อมๆกันค่ะ
เพราะหากมีกำลังใจแล้วทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ค่าา
อ่านไดอารีของเธอได้
คลิ๊กที่นี่เลย