หน้าแรก ออกกำลังกาย อาหารการกิน อาหารเสริม ลดความอ้วน Siamfitness Board Chat Room

สุขภาพใจ

 

Free Member


 

หมายเหตุ:
สมาชิกจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการออก
กำลังกาย อาหารการกิน และอาหารเสริมผ่านทาง E-mail ของท่าน และรวมถึง สิทธิพิเศษที่จะมี ขึ้นในอนาคต 


Siamfitness Board
 
 
 


 

กว่าจะถึงวันนี้ ของ Sargon

     
            




 



 

 

 

 

 

 

 

 

              1. มีปัญหาเกี่ยวกับความอ้วนตั้งแต่เมื่อไหร่

ถ้าถามว่าตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่เกิดนั่นแหละครับ เพราะว่าถูกปลูกฝังมาจากทางบ้านด้วยครับโดยเฉพาะคุณแม่ ท่านคงรักเรามาก(อันนี้เข้าใจ) แถมตอนเล็กๆผมค่อนข้างสุขภาพอ่อนแอ ป่วยบ่อยมาก คุณแม่เลยบำรุงเป็นพิเศษ แต่ไม่อยากบอกเลยว่าผิดวิธีไปมากๆ ท่านบำรุงด้วยวิธีให้กินเยอะๆ ท่านคิดว่าเด็กอ้วนๆ จ้ำม่ำนั่นคือตัวแสดงว่าสุขภาพดี

                ตอนอยู่อนุบาลผมจำได้เลยว่าตอนเช้าท่านให้ทาน

                ไข่ดาว 2 ฟอง + ขนมปังปิ้ง 2 แผ่น + ไส้กรอกทอด + แฮมทอด + ไข่ลวก 1 ฟอง + โอวันติน 1 แก้ว (เน้นนะครับว่าอนุบาล)

                นี่แค่มื้อเช้านะครับตอนกลางวันก็กินอาหารที่โรงเรียน และก็ขนมที่พกมาจากบ้าน ตอนเย็นก็เปรมเหมือนๆกับตอนเช้านั่นแหละครับ จนโตเลยที่ผมทานอย่างนี้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมสมบูรณ์(เกินเหตุ)ได้ไงล่ะครับ จริงมั้ย?

                ผมไม่โทษคุณแม่หรอกครับ เพราะพอท่านรู้ว่าอะไรคือมีสุขภาพดีแล้วท่านก็ศึกษา และเริ่มเปลี่ยนความคิด แล้วก็เริ่มเป็นกำลังใจในการทำให้ผมกลับมามีสุขภาพที่ดี(แบบปกติ) ท่านช่วยผมได้มากจริงๆครับ แถมตอนนี้ท่านยังหันมาห่วงสุขภาพตัวเองอีกด้วยครับ

                2. แล้วคิดได้ยังไงว่าจะลดความอ้วน

โอ้กว่าจะรู้ตัวหรือครับ ครั้งแรกเลยก็สมัยเรียนมัธยมปลายนั่นแหละครับ คือโดนล้อว่าเป็น

หมูอ้วน หมูตอน ช้างน้ำ มาตลอด เพื่อนๆเรียกผมว่า “ไอ้อ้วน” เป็นชื่อเล่นไปเลยครับ แล้วช่วงนั้นสุขภาพแย่มากๆ เป็นหอบถึงกับต้องนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์เลยครับ แล้วคุณหมอก็เลยสอนการดูแลสุขภาพให้ ว่าควรจะออกกำลังกาย และควบคุมอาหารได้แล้ว และต้องขอบคุณหมอมากที่ให้คุณแม่ผมมานั่งฟังด้วยกัน และแนะนำวิธีที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพให้น่ะครับ

            แต่ด้วยความเป็นวัยรุ่นผมเลยใจร้อนรีบลดน้ำหนักเร็วๆ เลยใช้วิธีที่ผิดในการลดน้ำหนักครั้งนั้นครับ ตอนมัธยมนี่หักโหมมากเลยครับ มากเกินไปส่งผลกระทบแย่ๆ จนผมท้อเลยครับ

              3. เคยลดความอ้วนมากี่วิธีแล้วผลเป็นไงบ้าง

ผมขอเล่าเป็นช่วงๆ เวลาดีกว่านะครับเพราะอ้วนๆ ผอมๆมาหลายครั้งเหมือนกัน แถมมีวิธ

ผิดๆ มาด้วย

            ช่วงมัธยม:ลดครั้งแรกหักโหมมากกก

                ผมใช้วิธี “อด” ต้องใช้คำว่า “อด” นะครับเพราะแทบจะไม่กินอะไรเลย ซึ่งเสียสุขภาพมากๆ ตอนเริ่มหนักที่ 75 กก. ครับสูง 165 cm ครับ จากการที่โดนเพื่อนแซวมามาตลอดชีวิต ผมรู้สึกทนไม่ได้แล้วต้องทำอะไรซักอย่าง จึงได้ลุกขึ้นมาลดน้ำหนักตัวเองอย่างสุดโต่งจริงๆครับ

            คือตอนนั้นกินอาหารวันละมื้อเดียวตอนเช้า แค่ครึ่งจานเองครับ แล้วก็ออกกำลังตอนเช้าทุกวัน ครั้งละ 40 นาที

                ผมปฏิบัติอย่างนี้ตั้งแต่ มัธยม 4 เทอม 2 จนถึงมัธยม 6 ผมเหลือน้ำหนักแค่ 48 กก. แต่ว่าจากการที่อดอาหารมากเกินไปผมเลยดูไม่มีสุขภาพเลยครับ เหมือนพวกติดยา เป็นดีซ่านเลย ตาเหลืองตัวซีดเหลือง จนคุณแม่ต้องจ้างให้กินข้าวเลยครับ ผมไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้นะครับมันเสียสุขภาพจริงๆ ผมเคยเป็นลมบนรถเมล์ แถมป่วยบ่อยกว่าตอนอ้วนๆอีกครับ

ช่วงมหาวิทยาลัย:ยาลดความอ้วน(ลดสติด้วยเช่นกัน)

ครับหลังจากที่ผอมๆอยู่อย่างนั้นผ่านการเป็นลมมาอย่างโชกโชนได้ที่ รั้วมหาลัยก็ได้เพิ่มน้ำหนักให้ผมเป็น 65 กก.ภายในเวลา 1 ปี เพราะเวลามันเปลี่ยนมั้งครับ และก็เพื่อนชวนเที่ยวชวนกินด้วยเลยไม่ได้ออกกำลังอย่างเป็นประจำเหมือนตอนมัธยม ยิ่งปีหลังๆไม่ได้ออกกำลังเลยด้วย พอพยายามกลับมาออกกำลังอีกก็ไม่ได้ลดลงเลยครับ ช่วงนั้นเป็นที่นิยมมากครับเรื่องการใช้ยาลดความอ้วน ผมเลือกวิธีนี้ทันทีเพราะเร็ว และ ไม่เหนื่อยด้วย

เริ่มกินไป 2-3 เดือนแรกน้ำหนักมันก็ลดฮวบเลยครับราวๆ 4-5 กก.ต่อเดือนเลย พอหนักได้ 55กก. ผมก็รู้สึกว่าพอใจแล้ว เลยหยุดกินเพราะมัน สิ้นเปลืองมาก แถมยังกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดง่ายตลอดเวลาอีกด้วย จนรำคาญตัวเองเลยครับ

พอผมหยุดกินยาเท่านั้นแหละครับ ตีกลับมาเป็น 75 กก. ภายในเวลาไม่ถึงปีเลยครับ รู้สึกแย่มากเลยตอนนั้น พยายามลดอาหารก็แล้วออกกำลังก็แล้ว ท้ายสุดหันไปกินยาลดใหม่อีก แต่มันก็ไม่ลดลงเลยจนผมทำใจว่า “ฉันเกิดมาอ้วน” ก็ต้องอ้วนตลอดชาตินี้นั่นแหละ

ช่วงเรียนจบ+หางานทำ:ต้องผอมให้ได้

พอช่วงแรกที่เรียนจบแล้ว ปล่อยตัวให้อ้วนฉุจนน้ำหนักอยู่ที่ 80 กก. กำลังอืดได้ที่เลยครับ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าจริงๆ เป็นประชาชนชั้นสอง ประมาณนั้นเลยครับ พอดีเรียนจบด้านการประชาสัมพันธ์ แต่บริษัทไหนล่ะครับที่จะรับคนอ้วนๆ น่าเกลียด ไม่มั่นใจในตัวเอง เข้าทำงานตำแหน่งนี้ กลุ้มใจอยู่ประมาณครึ่งปีได้ ก็ถึงเวลา “พอกันทีไอ้อ้วน” รวมกับเพื่อนๆ ล้อว่าเป็น ช้างบ้าง โดเรม่อนบ้าง เพื่อนเก่าที่มาเจอกันก็ตกใจว่าทำไมตอนมัธยมก็ผอมแล้ว แล้วทำไมตอนนี้มาปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อ้วนได้ไง ผมเลยฮึดอีกครั้ง (พอดีไม่ชอบให้ใครสบประมาท)

ครั้งนี้ใช้วิธีคล้ายกับตอนมัธยมครับ แต่ว่ากินมากกว่าตอนนั้น และเลือกอาหารที่เป็นประโยชน์เท่านั้นครับ

               4. เมื่อมาใช้วิธีการควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย คุณมีวิธีการกินอย่างไร

               เอาล่ะแรกๆยอมรับเลยว่าแทบตาย ทั้งปวด ทั้งหิว หงุดหงิด แต่ซะใจ(ไม่ได้ซาดิสนะครับ)                แต่ผมใช้วิธีเขียนบันทึกร่วมไปด้วยระบายมันออกมากับสมุดนั้นแหละว่าเรารู้สึกไงบ้าง                เขียนเป้าหมายไว้เลยให้ชัดเจน พอท้อเมื่อไหร่เราก็กลับมาอ่านและตั้งใจต่อไป มันจะโหด        สุดๆ อยู่ประมาณ2-3 อาทิตย์เท่านั้นแหละครับแต่ก็เป็นช่วงที่ละเอียดอ่อนมากด้วยเพราะ      คุณจะตัดสินใจไปต่อหรือหยุดก็ช่วงนี้แหละ พอผ่านไปซัก 1-2เดือนคุณจะขาดการออกกำลังกายไม่ได้เลยเหมือนเป็นยาเสพติดเลยครับ

อย่าหวังเรื่องให้น้ำหนักลดลงเยอะๆในช่วงแรก ของผมน่ะ 2 อาทิตย์แรกลดลงมาครึ่งโลก็เก่งแล้วแต่เราจะรู้สึกได้ว่าสุขภาพ สภาพร่างกายเราดีขึ้น คล่องตัวขึ้นสามารถออกกำลังได้มากขึ้นเหนื่อยน้อยลง แต่พอคุณทำตัวดีๆ จัดสิ่งดีๆให้กับร่างกายอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอแล้วน้ำหนักของคุณจะปรับตัวให้คุณลดลงถึงสัปดาห์ละ เกือบๆ 1กก.เลยทีเดียว แล้วพอร่างกายคุณปรับตัวได้มีสุขภาพดีมากแล้วมันจะหยุดชะลอตัวลงอีกครั้งบางสัปดาห์ก็ไม่ลงเลยก็มี ของผมจะอยู่ช่วง 70 กก.ไปที่เลข 69 กก. เกือบเดือนแน่ะแต่จำไว้ผมเอาหัวเป็นประกันว่ามันจะลดลงในที่สุด

เอาล่ะมาดูกันว่าผมทำไงใน 1 วัน (ช่วง 2 เดือนแรก)

ออกกำลังกายตาม VCD ของซินดี้ ครอวฟอร์ด ชุดที่ 1 (40 นาที)

กินอาหาร 2 มื้อ เช้า + เที่ยง เน้นผักสดและผลไม้ กินพออิ่มเท่านั้นนะ

(ช่วง 3 เดือนต่อมา)

ออกกำลังตาม VCD ของซินดี้ เหมือนเดิม (40นาที) ตอนเช้า

ออกกำลังตามVCD ของซินดี้ อีกชุดหนึ่ง (40 นาที) ตอนบ่ายสองครึ่ง

กินอาหาร 2 มื้อ เช้ากินแต่ผลไม้ เที่ยงกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ(อย่าเลียนแบบในเรื่องนี้เพราะคุณควรกินอาหารให้ครบทุกมื้อแต่ช่วงนั้นผมรีบและไม่มั่นใจที่จะกินครบมื้อ)

(ช่วงต่อมา)

ออกกำลังตาม VCD ของซินดี้ เหมือนเดิม (40นาที) ตอนเช้า

ออกกำลังตามVCD ของซินดี้ อีกชุดหนึ่ง (40 นาที) ตอนบ่ายสองครึ่ง

ว่ายน้ำตอนเย็น 40 รอบ(ประมาณ 2 กม.)

เปลี่ยนมากินแต่มื้อเช้า(ห้ามเลียนแบบอีกแล้ว)

การที่ผมออกกำลังมากขึ้นนั้นไม่ได้พยายาม หรือฝืนร่างกายทำเลย เหมือนกับว่าร่างกายผมปรับตัวได้และรู้สึกท้าทายกับเรื่องการออกกำลังกาย(สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเป็นโรคบูลิเมียหรือเปล่า) พอมาช่วงท้ายๆนี้ผมใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 6-7  เดือน น้ำหนักเหลือที่ 55 กก. เป็นที่พอใจมากสำหรับตัวผมเอง

แต่ว่าหลังจากนั้นประมาณ 1-2 เดือน ได้งานทำ ( 8.30-19.30น.) ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังได้เหมือนช่วงท้ายๆ แถมบางเดือนยังต้องไปตรวจสาขาที่ต่างจังหวัดอีก ซึ่งทำให้ไม่ได้ออกกำลังเลยหงุดหงิดมากกกก แต่ก็ยังหาเวลาออกกำลังในช่วงเช้าทุกวันถ้าไม่ได้ออกต่างจังหวัด แต่หาอาหารดีต่อสุขภาพทานไม่ค่อยได้เลยที่ทำงานน่ะ ตอนนี้ผมทำงานที่นี่มา 1 ปีกว่าๆแล้ว ทำให้ตอนนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเป็น 60 กก. แต่ผมยังไม่ยอมแพ้มันหรอก ไม่ปล่อยตัวเด็ดขาด

กิจวัตรตอนนี้คือ

ออกกำลังตอนเช้าทุกวัน ตามVCD ชุดเดิม (40 นาที)

ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดเลือกผัดผักแทน หมูกรอบผัดพริกแกง

ในวันอังคารมี AERO BOXING ที่ทำงาน (19.30-20.30)แต่แค่อาทิตย์ละวันเองครับ

ในวันเสาร์+อาทิตย์ เพิ่มการยกน้ำหนักต่อจากการออกกำลังตอนเช้า (40 นาที)

เคล็ดลับนะครับ :

1.                          ให้ทานผลไม้ซักผล หรือสองผลก่อนมื้ออาหารเช้า ซัก 20 นาที แล้วค่อยกินอาหารเช้า จะทำให้คุณไม่ตบะแตกกินเกินความต้องการ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารในกระเพาะด้วย

2.                          ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆครับ ให้มีน้ำอยู่ในร่างกายดีกว่ามีไขมันอยู่ในตัวนะครับ แถมคุณจะดูมีผิวที่ใสขึ้นอีกด้วย เหมือนการล้างพิษเลยครับ แล้วน้ำหนักคุณจะลงเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

3.                          นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอนเด็ดขาด

4.                          ลดแอลกอฮอลล์ สำคัญนะครับ

5.                          ให้รางวัลกับตัวเอง ชมตัวเองเวลาน้ำหนักลดลงมาถึงเกณท์ที่คุณพอใจ

6.                          ตั้งเปาหมายในการลดน้ำหนักให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มโปรแกรม

7.                          อย่าสนใจฟังคำจากคนรอบข้าง มากกว่าฟังความรู้สึกของตัวเอง เชื่อเสมอว่าถ้าคุณทำแล้วคุณย่อมได้รับผลของการกระทำนั้นอย่างแน่นอน

8.                          จำไว้ว่าการเปลี่ยนนิสัยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย ให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไปทีละนิด อย่าท้อแท้ หรือหักโหมเกินกำลังตัวเอง

9.                          คุณคนใหม่กำลังรออยู่ตรงเส้นชัย เป้าหมายของคุณเอง ฉะนั้นอย่าหยุดเด็ดขาด

               5. มีกำลังใจจากไหน ถึงลดความอ้วนได้

ผมมีหลายทางเลยครับแต่ที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าผมทำเพื่อตัวเองครับเพื่อสุขภาพร่างกาย

ความมั่นใจในตัวเอง อันนี้เป็นเหตุจากภายในน่ะครับเพราะเวลาอ้วนๆ คุณจะรู้สึกอืดอาดยืดยาดไม่กระฉับกระเฉงเอาซะเลยจริงมั้ยครับ ความมั่นใจยังติดลบอีกต่างหาก ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องให้สิ่งที่ดีกว่ากับตัวเอง ดังนั้น เปลี่ยนซะร่างกายตัวเองน่ะ

                ส่วนสาเหตุจากภายนอกก็มีนะครับ คืออย่างที่บอกแล้วว่ากลัวจะต้องตกงานไปตลอดชีวิตครับ บวกกับการถูกเพื่อนๆเยาะเย้ยเยอะๆก็ช่วยผมได้ครับ สำหรับบางคนอาจจะท้อไปเลย แต่ผมเลือกที่จะเปลี่ยนมันให้เป็นพลังฮึดครับ ดีมากด้วย ชอบความท้าทายนี่ครับ แต่ว่าสาเหตุจากภายนอกนั้นไม่ยั่งยืนสู้สาเหตุภายในหรอกนะครับ เพราะคุณควบคุมภายในความคิดของคุณเองได้นี่นา จริงมั้ยครับ?

                 6. น้ำหนักตอนนี้ลดลงจากเดิมเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่

ด้วยวิธีนี้ผมใช้เวลา 6-7 เดือนครับ จากน้ำหนัก 80 กก. สูง 168 cm ผมลดมากสุดเหลือ 55 กก. (เป็นเป้าหมายของผมครับ) ลดได้ 25 กก.ครับ

และได้งานทำสมใจอยากครับ แต่! พอทำงานความเคร่งครัดก็จำเป็นต้องลดลงไปด้วยเพราะเวลาในการทำงานมาดึงไปครับ แต่ว่าไม่ยอมหรอกครับ

ตอนนี้ผมเริ่มอีกครั้งครับจาก 60 กก.( 5 กก.นี่เป็นโบนัสจากการตั้งใจทำงานมากเกินไปมั้งครับ) ผมกลับมาออกกำลัง และคุมการกินอาหารอย่างจริงๆจังๆ(2 มื้อต่อวันในปริมาณที่เพียงพอ) ตอนนี้เหลือ 58 กก. แล้วครับใน 4 สัปดาห์

ถึงจะยังไม่ใช่ที่ผมต้องการจริงๆ (55 กก.และคงที่) แต่ก็ดีใจครับที่ได้ทำมันอย่างจริงๆจังๆอีกหน และจะทำมันต่อไปอีกครับผม

                   7. ทำไมจึงเข้ามา siamfitness.com ได้

เพื่อนแนะนำน่ะครับ ส่งมาให้ทาง E-MAIL พอเข้ามาดูก็ติดใจเลยครับ ไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องสู้อยู่แค่คนเดียวอีกแล้วครับ ได้อ่านประสบการณ์ของเพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ ที่มีปัญหาเหมือนกัน ได้ให้กำลังใจกันและกัน รู้สึกดีมากเลยครับ รวมทั้งได้เคล็ดลับใหม่ๆจากคอลัมภ์ต่างๆด้วยครับ

                   8. จะฝากอะไรถึงคนอ่านที่อ้วนบ้าง

อยากฝากตั้งเยอะเลยครับ แต่คงบอกได้ไม่หมดแน่ๆ อยากบอกว่ามันไม่ยากเลยครับถ้าเราตั้งใจจริงๆ ทำมันแค่วันละครั้ง(ออกกำลัง) และนึกถึงมื้อละครั้ง(อาหารการกิน) คุมตัวเองให้อยู่ มันจะยากในตอนแรกเท่านั้น พอคุณทำได้แล้วซักระยะคุณจะรู้สึกว่ามันกลายเป็นนิสัยใหม่ของคุณคนใหม่ไปซะแล้วครับ คราวนี้ล่ะถ้าคุณไม่ได้ทำนั่นล่ะครับจะหงุดหงิดมากกว่าเก่าอีกครับ สู้ต่อไปนะครับเหนื่อยได้แต่อย่าท้อแท้ อย่าหยุดและมีวินัยกับตัวเอง แค่นี้สุขภาพ และรูปร่างดีๆไม่หนีคุณไปหรอกครับผม ท้ายแล้วคุณจะรู้สึกว่าตัวคุณได้เป็นตำนานเลยทีเดียวครับ “สู้ไปด้วยกันนะครับ อย่าเพิ่งทิ้งกันกลางทางนะครับ”
 





 

 

 

 

 

SARGON

Spacer
 

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน คลิ๊ก...


 


 

 

 

© 2003 Siamfitness.com All rights reserved.