|

|
ประวัติส่วนตัว
จบการศึกษาจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลค่ะ
จบมาแล้วไปทำงานใช้ทุนอยู่แถบอีสาน
2 ปี
แต่เนื่องจากว่ามันไกลบ้านมากๆ
ประกอบกับโดนรัฐบาลบีบหลายเรื่อง
และมีรุ่นพี่ชวนมาทำงานเอกชนแถบภาคกลางซึ่งใกล้บ้านมากกว่า
จึงได้ลาออกจากราชการพร้อมกับเพื่อนๆแพทย์อีกหลายคน
เป็นคนรัก
เสียงเพลง สายลม
แสงแดด
และรักเด็ก !
อยากให้โลกมีสันติ! |
|
ถาม
: จากการที่คุณหมอเป็นหมอที่คลีนิคลดความอ้วน
ปัญหาความอ้วนนี้
ส่วนใหญ่ที่เจอเกิดจากอะไร
ปัญหาความอ้วนเนี่ยส่วนมากมักจะเกิดจากการที่
1.
ประชาชนเราไม่มีข้อมูลทางด้าน
โภชนาการที่ดีพอ
มีความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับการกินอาหาร
เช่น
บางคนไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าน้ำอัดลมทำให้อ้วนโดยให้เหตุผลว่า"ก็มันเป็นแค่น้ำ
จะอ้วนได้ไง"
บางคนยึดติดกับสื่อโฆษณาอาหาร
fast food ที่ใช้ดาราเป็นpresenter
เนื่องจากดาราเหล่านั้นมีรูปร่างที่สวยงาม
จึงคิดว่าไม่ทำให้อ้วน
2.
ไม่เห็นคุณค่าของกีฬา
และการออกกำลังกายอย่างแท้จริง
หรือขาดความรู้ความเข้าใจในการออกกำลังกาย
บางคนเปิดทีวีมาเจอช่องกีฬาก็รีบกดเปลี่ยนทันที
ผู้ปกครองบางคนไม่สนับสนุนให้ลูกหลานเล่นกีฬาโดยให้เหตุผลว่าเสียการเรียน
โดยที่ขาดความเข้าใจว่า
การออกกำลังกายที่เหมาะสมก่อนการทบทวนบทเรียนนั้นจะทำให้มีความจำและเข้าใจได้ดีขึ้น
เมื่อเด็กๆโดยเฉพาะวัยรุ่นที่กำลังจะเอ็นทรานส์
เอาแต่นั่งอ่านหนังสือ
ไม่ออกกำลังกายรวมทั้ง
การกินอาหารที่แคลอรี่สูง(
เด็กมักจะต้องกินอาหารที่ผู้ใหญ่จัดให้)
ก็จะเกิดปัญหาน้ำหนักเกินในเด็กวัยรุ่นได้ง่าย
หรืออีกแง่หนึ่ง
ในผู้ใหญ่วัยทำงาน
ข้ออ้างหากินก็คือ "ไม่มีเวลา"
ต้องตื่นตี 5 ไปทำงาน
กลับบ้านสองทุ่ม
กลับมาก็เหนื่อย
อยากพักอยากนอน
ทั้งๆที่การแบ่งเวลาเพียงแค่
วันละ 20
นาทีเพื่อดูแลสุขภาพของตัวเองนั้นมันไม่น่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
พวกนี้จะคิดอยู่อย่างเดียวว่าถ้าอยากลดความอ้วนก็วิ่งเข้าหาหมอขอยาลดความอ้วน
ง่ายดีทั้งๆที่รัฐบาลเขาก็ออกประกาศให้ความรู้กันตั้งมากมาย
ถาม :
แล้วก่อนที่พวกเขาจะมาที่คลีนิค
เขาลดกันยังไง
ส่วนใหญ่จะเคยกินยามาจากคลินิกอื่นมาแล้วค่ะ
บางคนกินจนถึงชุดที่แรงที่สุดของคลินิกนั้นๆมาแล้วด้วยซ้ำ
พอกินไปนานๆมันก็จะเริ่มดื้อยาน้ำหนักก็ไม่ลง
ก็เลยเปลี่ยนที่โดยคิดว่ายามันจะต่างกัน
แต่จริงๆแล้วมันไม่ต่างกันหรอก
ส่วนใหญ่เป็นยาตัวเดียวกันแต่รูปร่าง,สีของเม็ดยาอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าสั่งยามาจากบริษัทไหน
บางครั้งอาจจะเป็นความบกพร่องของแพทย์บางคนที่อาจจะสื่อสารกับผู้ที่มาใช้บริการได้ไม่เข้าใจ
ทำให้ผู้ที่มารับบริการขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยา
บางคนก็เคยพยายามลดโดยการกินอาหารเสริมตามที่โฆษณา
เนื่องจากเห็นว่าดาราpresenter
เขามีรูปร่างดีจึงคิดว่าเขาดูดีได้เพราะกินอาหารเสริมเหล่านั้น
แต่ในความเป็นจริงก็คือ
เพราะว่าเขามีรูปร่างดีอยู่แล้วต่างหาก
เขาจึงได้มาเป็น presenter
ส่วนน้อยมากๆที่เคยลดน้ำหนักด้วยตัวเองโดยการคุมอาหารและการออกกำลังกาย
คิดว่าไม่ถึง 3% ด้วยซ้ำ
ถาม :
และที่คลินิคคุณหมอเองนี้มีแนวทางหลักๆในการลดความอ้วนอย่างไรบ้าง
ที่คลินิก จะมี -ยากินลดความอ้วน
มีทั้งยาชุด , sibutramine และ
xenical - mesotherapy -
สลายเซลลูไลท์
แนวทางหลักๆที่แนะนำคนไข้ก็คือ
ใช้หลักการของโฆษณายาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่งค่ะซึ่งดีมากๆ
คือ 10
นาทีในการทบทวนกิจกรรมต่างๆของเราในแต่ละวัน
หรือ 10
นาที่เพื่อปรึกษาแพทย์
20 ลดการกินอาหารลง 20%
โดยเน้นลดอาหารที่ไม่จำเป็น
30 ออกกำลังกายวันละ 30
นาที
ซึ่งถ้าใครทำได้ตามนี้นี่ขอบอกว่าลดแน่ๆ
โดยไม่ต้องพึ่งยาด้วยซ้ำ
เพราะยานะมีเอาไว้สำหรับคนที่เป็นโรคอ้วนจริงๆ(BMI
มากกว่า 30 หรือมากกว่า 27
และมีโรคแทรก)
ไม่ใช่อ้วนกว่าแฟชั่นสมัยนี้
และที่สำคัญจะอธิบายเกี่ยวกับข้อเสียของยาทุกครั้ง(
ข้อดีมันไม่ค่อยมีเท่าไหร่)
เพื่อให้ผู้มารับบริการได้ลองตัดสินใจเองอีกทีว่าจะเอายังไง
แต่สมัยนี้
ทางรัฐก็ออกกฏสิทธิผู้ป่วย
10 ประการออกมาอีก
มีอยู่ข้อหนึ่งว่าแพทย์ไม่มีสิทธิปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยซึ่งข้อนี้ทำให้ค่อนข้างหนักใจถ้าเราอธิบายก็แล้ว
แนะนำก็แล้ว
แต่ผู้รับบริการก็ยังยืนยันที่จะรับยา
เราก็ต้องจ่ายให้
แต่จะพิจารณาจ่ายยาที่ไม่เหมาะสมน้อยที่สุด(
โดยมักจะจ่ายเป็น
ยายั้บยั้งการดูดซึมไขมัน
หรือสมุนไพรพวกนี้มากกว่า)
ถาม :
ตอนนี้มีคลินิกลดความอ้วนเกิดขึ้นมากมายคุณหมอพอมีหลักเกณฑ์หรือไม
่ในการตัดสินใจเลือกคลีนิคลดความอ้วน
อันดับแรกเลยคือเจ้าของคลินิกต้องเป็นแพทย์ค่ะเพราะเคยทำ
part time
กับคลินิกหนึ่งที่มีหลายสาขามากๆ
แต่มารู้ทีหลังว่าเจ้าของไม่ใช่แพทย์
ยาที่นำมาใช้ในคลินิกบางอย่างเป็นยาทำเอง
หรือเป็นยาที่ถูกเพิกถอนไปแล้ว
หรือเป็นยาที่นำเข้าโดยผิดกฏหมาย
และเจ้าของคลินิกก็จะบังคับแพทย์ให้จ่ายยาแรงๆ
เพื่อความพอใจของลูกค้าโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา
เช่น ยา phentermine
ขนาดสูงสุดที่กำหนดไว้คือ
ไม่เกิน 30 mg ต่อวัน
แต่คลินิกแห่งนี้
กลับให้แพทย์สั่งจ่ายถึง
60 mg ต่อวันเป็นต้น
ถ้าแพทย์คนไหนไม่ทำตามก็จะถูกไล่ออก
แพทย์ที่กลัวถูกไล่ออกก็ต้องทำตามเขา(
ไม่รู้เหมือนกันว่า
.สาธารณสุขปล่อยให้เปิดอยู่ได้อย่างไร)
อันดับสอง คือ
ยาลดความอ้วนที่ใช้ในคลินิกต้องเป็นยาที่รับมาจาก
อย.
และบริษัทที่ได้รับอณุญาตเท่านั้น
อันดับสามคือ
ไม่มีการโฆษณาเกินจริง
เพราะการโฆษณาเกินจริงของคลินิก
ทำให้แพทย์ปฏิบัติงานด้วย
ความลำบากมากๆ
คลินิกที่ทำอยู่เป็นคลินิกผิวพรรณเป็นหลัก
เรื่องลดความอ้วนเป็นรองจึงทำงานได้ค่อนข้างสบายใจไม่ต้องไปหลอกคนมาเข้าคอร์สลดเฉพาะส่วน
ซึ่งมันก็ทำได้แค่ขจัดเซลลูไลท์และกระชับรูปร่างของคนที่ลดความอ้วนได้แล้วแต่ผิวหย่อนเท่านั้นเอง
ไม่ได้ทำให้ผอมเพรียวแต่อย่างใด
โดยผู้ที่มารับบริการด้านนี้ส่วนใหญ่จะได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนว่ามันไม่ได้ทำให้ผอม
มันเพียงแค่กระชับผิวของคุณเท่านั้น