หน้าแรก ออกกำลังกาย อาหารการกิน อาหารเสริม ลดความอ้วน Siamfitness Board Chat Room

สุขภาพใจ

 

Free Member



 

หมายเหตุ:
สมาชิกจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการออก
กำลังกาย อาหารการกิน และอาหารเสริมผ่านทาง E-mail ของท่าน และรวมถึง สิทธิพิเศษที่จะมี ขึ้นในอนาคต 


Siamfitness Board
 
 

 


 


คนเคยอ้วน  คุณ Hobbit  

    

    


        สวัสดีคร้าบ ก็ได้ฤกษ์เปิดหัวข้อใหม่ เน้นการสัมภาษณ์คนที่มีประสบการณ์ในการลดความอ้วน สำหรับครั้งแรกนี้ได้รับเกียรติจาก คุณ hobbit  ซึ่งประสบการณ์ของเธอได้บอกเล่าไว้ใน บอร์ด ลุมพินี http://www.pantip.com/cafe/lumpini/ ซึ่งเน้นเรื่องของการออกกำลังกาย ลดความอ้วน ผมจึงได้ขออนุญาติเธอ เพื่อนำเรื่องราวที่น่าสนใจมาบอกเล่ากันใน siamfitness.com  แห่งนี้

      สวัสดีค่ะ วันก่อนได้chat กับเพื่อนชาวสวนลุมเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ไหนๆแล้วก็เลยขอยืมพื้นที่กระทู้โพสต์เรื่องกับรูปซะเลย เผื่อว่าจะได้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆที่กำลังลดน้ำหนักเหมือนกันนะคะ ^_^

     ใครที่คิดว่าชาตินี้ตัวเองคงไม่มีทางลดได้แน่ๆ อย่าเพิ่งด่วนมั่นใจค่ะ

       เราเองบอกได้เต็มปากว่าเคยเกลียดการออกกำลังมากกก แม่ปลุกไปออกกำลังตอนเช้าแทบจะมีsoundtrackประกอบ…”ฆ่าฉัน…ฆ่าฉัน..ให้ตายยยดีกว่า” แถมยัง enjoy eating อาหารแคลอรี่สูงอีกต่างหาก ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะลดได้เหมือนกันค่ะ

      จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยน…เกิดป่วย (นี่ล่ะค่ะผลเสียของการไม่ออกกำลังกาย) ต้องกินยาที่มีผลข้างเคียง ห้ามออกแรง น้ำหนักมันเลยทะลุพิกัด พุ่งขึ้นไป70กิโล เล่นเอาเสียศูนย์อย่างแรง แถมยังร่างกายอ่อนแอ เป็นหวัดง่าย ปวดเข่าบ่อยๆอีกต่างหาก

     อีกรูปในงานเดียวกัน พอดีว่าcropไปแล้ว ไม่งั้นจะเห็นว่าในบรรดาสาวๆในรูป มีเราโดฟชนะเลิศอยู่คนเดียวเพื่อนพี่จำไม่ได้ก็ไม่แปลกค่ะ เพราะเราเองเห็นแล้วยังตกใจ นอกจากนั้นพอเจอเพื่อนเก่าก็แทบเป็นอันหงายหลัง เพราะคำแรกที่ทักคือ “ ต๊ายยย นี่….เหรอเนี่ย นึกว่าป้าที่ไหน” ฟังแล้วช่างกระทบใจจนอยากกลิ้งชนให้สไตรค์ซะจริงๆ

      และแล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต! (อะไรจะขนาดนั้น)
หลังจากได้รับคอมเม้นท์ถล่มทลายจากคนรอบข้าง เราก็เริ่มนั่งทบทวนจริงๆจังๆแล้วว่าความอ้วนมันทำให้เราได้อะไรและเสียอะไรไปบ้าง เมื่อได้คำตอบแล้วว่ามันแทบไม่มีอะไรดีเลย…ก็ได้ฤกษ์เริ่มต้นลดไขมันด้วยการเต้นแอโรบิควันละ 1 ช.ม. ถ้าใครที่ท้อกับอาการเจ็บกล้ามเนื้อและอาการเหนื่อยแทบขาดใจในช่วงแรกเริ่ม…ใจเย็นๆค่ะ เต้นต่ออีกสองสามวันอาการนั้นมันจะค่อยๆหายไปเหมือนโกหก

      แล้วแรกๆเราเป็นไงบ้างงั้นเหรอ? …แหะๆ… ขึ้น-ลงบันไดแต่ละทีถ้าคลานได้คลานไปแล้วค่ะ T_T ปวดมาก แถมยังเหนื่อยมากๆ มองคนข้างหน้าเต้นแล้วก็น่าอิจฉา…แต่ก็นั่นล่ะค่ะ…เจ็บแค่สองสามวันแลกกับเลิกอ้วน เลิกปวดเข่า เลิกป่วย ฯลฯ กำไรกว่าเห็นๆ แล้วคนที่เราเห็นว่าเก่งเค้าก็ผ่านอาการอย่างเรามาแล้วทุกคน พอเต้นๆไป (ประมาณแล้วไม่เกิน3-4วันค่ะถ้าเต้นติดต่อกัน)มันก็จะหายปวดไปเอง จน ในที่สุดเราก็เต้นได้จนจบชั่วโมง และกลายเป็นสองชั่วโมงในเวลาต่อมา…ดังนั้นถ้าเราทำได้ คุณๆก็ต้องทำได้ค่ะ สู้ต่อไป ทาเคชิ!


    รูปตอนลดได้ 5 กิโล ดูภายนอกแล้วแทบไม่แตกต่างอะไรกับก่อนลด แต่ว่าก่อนจะลดใส่ชุดนี้ไม่ได้ค่ะ แค่ขาก็ติดแล้ว -_-" พอเอาเสื้อผ้าเก่าๆมาใส่ได้ก็เริ่มมีกำลังใจ เลยเพิ่มปั่นจักรยานอยู่กับที่ 30 นาที บวกกับยกดัมเบลกระชับกล้ามเนื้อด้วย อาหารก็เข้มงวดมาก คือทานน้อยลง แป้ง ของหวาน ของมันๆ ไม่แตะเลย ข้าวเย็นก็ไม่กินด้วย แทบจะกินแต่ผักผลไม้ ได้ผลค่ะ…สิ้นเดือนนั้นลดไปได้ 10 กิโลขาดตัว แต่…1. เครียด 2. ปจดไม่มา 3. ท้องผูก (กินน้อยเกินไป) 4. โดนแม่สอบเครียดว่ากินยาลดความอ้วนรึเปล่า 5.เพื่อนลือว่าเราเป็นสัตว์กินพืชไปแล้ว และ 6. โทรมมาก

      ช่วงนี้เจอกระทู้ สุขภาพดีหุ่นสวยด้วยการออกกำลังกาย ในห้องสวนลุมนี่ล่ะค่ะ ก็เลยได้ข้อมูลอะไรดีๆเยอะแยะเชียว เลยเกิดปัญญา เลิกหักโหมแล้วมาลดแบบค่อยเป็นค่อยไปแทน ก็ลดเฉลี่ยที่เดือนละ 2-3 กิโล สุขภาพจิตดีขึ้นเยอะ เพราะกลับมากินเท่าเดิม 3 มื้อ แต่เลือกอาหาร คือ กินแป้งกับเนื้อน้อยลง แต่กินผักผลไม้เยอะขึ้น (เลือกแบบแคลอรี่น้อยๆนะคะ) ถ้าอยากกินขนมพวกเค้ก คุกกี้ ไอศกรีม ฯลฯ ก็จัดไว้อาทิตย์ละวันที่จะตามใจปาก นอกนั้นก็คุมๆไว้ (แต่ก็ไม่ใช่ได้ทีซัดเค้กซะ 4-5 ชิ้นอะไรแบบนี้นะคะ เหนื่อยฟรีแน่ๆ)

      เวลาเพื่อนๆอยากกินอะไรอ้วนๆก็ลองนึกถึงความเหนื่อยจากการออกกำลังดูนะคะ แก้อยากได้ชะงัดดีแท้

    ลดมาได้ซักพัก ก็เริ่มเห็นผลค่ะ

      รูปนี้ประมาณเดือนสิงหาคมค่ะ ถ่ายตอนไปทะเลกับเพื่อนๆ น้ำหนักเท่าไหร่จำไม่ได้แต่อยู่ในหลัก 5 ค่อนไปทางปลายนี่ล่ะค่ะ ก็ยังอ้วนแต่ก็ลดมาเยอะเหมือนกัน เสื้อผ้าเก่าๆเริ่มกลับมาใช้การได้เหมือนเดิมหลังจากเกือบจะเอาไปบริจาค แก้มเริ่มอืดน้อยลง และช่างภาพก็ไม่ต้องลำบากกับการจัดองค์ประกอบภาพมากเท่าแต่ก่อนแล้ว (คิดเอาเองค่ะ หุๆๆ)

 

    อีกรูปที่ทะเล ต่างกับก่อนลดแค่ไหนคงต้องแล้วแต่คนมอง แต่ดีใจที่ได้พอเห็นไหปลาร้าตัวเองบ้างหลังจากเกือบลืมไปแล้วว่าเราก็มีกับเค้าเหมือนกัน หลังจากนี้ก็ไม่ค่อยเข้มงวดอะไรกับการกินเท่าไหร่เพราะไม่รีบแล้ว แต่ก็ไม่ลืมออกกำลัง บางเดือนก็ลด1-2โล บางเดือนหรือหลายๆเดือนก็ไม่ลดเลย แต่น้ำหนักมันก็ไม่ขึ้นเหมือนกัน

      มีอยู่เดือนนึง เจ็บขาเพราะอุบัติเหตุ ออกกำลังไม่ได้ไปเดือนนึงเต็มๆ ก็เลยกินเยอะใช่เล่น บางวันตี1ตี2ยังนั่งกินไอติมก็มี แต่น้ำหนักมันก็ไม่ขึ้นทั้งที่ปกติเราน้ำหนักขึ้นง่ายมาก ในขณะที่เพื่อนเรากินยาลดความอ้วนจากรพ.ดังแห่งหนึ่ง ลดเร็วกว่าเรา แต่ปรากฏว่ากินยังไม่มากเท่าเราน้ำหนักก็ขึ้นซะแล้ว ก็เป็นอีกข้อยืนยันค่ะว่าการออก
กำลังมันทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นจริงๆ


      สรุปผล น้ำหนักก่อนลด 70 หลังลด 49 กก. เอวก่อนลด 32นิ้วครึ่ง หลังลดเหลือ 25 นิ้ว ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 7-8 เดือน อย่ามองว่านานนะคะ ถ้าคุณเคร่งจริง(ไม่กินไปลดไปเหมือนเรา)จะเห็นผลเร็วกว่านี้มาก

      อาหาร - ศึกษาเรื่องแคลอรี่ โดยกินอาหารในปริมาณปกติแต่แคลอรี่ต่ำ วันละ3มื้อ ถ้ากินผลไม้แทนข้าวเย็นได้จะเลิศมากๆ แต่เราก็ทำไม่ค่อยได้เหมือนกัน เหะๆ ก็เลยเลือกอาหารที่จะทานแทน เช่น เปลี่ยนจากทานแกงกะทิ มากินต้มยำหรือแกงจืดแทน อะไรแบบนี้เป็นต้น

      ออกกำลังกาย - แอโรบิคครั้งละ 1 ช.ม. กระชับกล้ามเนื้อด้วยการยกเวทและท่าบริหาร มาหลังๆเริ่มอึดขึ้นเลยเพิ่มวิ่งเข้าไปด้วย ถ้าว่างมากก็อาจจะ6-7กิโล ถ้าไม่ว่างอย่างน้อยก็2.5กิโลติดต่อกัน ที่เพิ่มวิ่งด้วยเพราะการวิ่งช่วยลดได้ทันใจมากค่ะ เวลาเผลอตามใจปากแล้วนน.เพิ่มขึ้นมา ไปวิ่งซักหน่อยเดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิมแล้ว แรกๆก็คิดว่าน่าเบื่อแต่พอวิ่งได้แล้วสนุกมากค่ะ ช่วยบริหารปอด และช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีมากด้วย อยากแนะนำให้ลองดูนะ (แต่ถ้าน้ำหนักเกินอยู่เยอะไม่แนะนำนะคะ อาจทำให้เข่ามีปัญหาได้)

      ในด้านสุขภาพ…อาการปวดเข่าหายไป จากคนที่เคยแพ้อากาศและเป็นหวัดทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยนก็ไม่เป็นแล้ว อย่างหน้าหนาวที่ผ่านมานี่ถ้าเป็นแต่ก่อนคงได้นอนจับไข้เพราะอากาศเปลี่ยนบ่อยมาก แต่ปรากฎว่าสบายดีไม่เป็นไรเลยค่ะ แถมระบบขับถ่ายจากคนที่ท้องผูกบ่อยๆเดี๋ยวนี้ก็เป็นปรกติแล้ว ที่สำคัญและไม่น่าเชื่อคือจากคนที่เกลียดการออกกำลังกายเอามากๆ กลายเป็นว่าขาดการออกกำลังไม่ได้ไปซะแล้ว (ดังนั้นใครที่คิดว่าชาตินี้ฉันไม่มีทางชอบออกกำลังน่าจะลองดูใหม่อีกทีนะคะ เพราะเราก็เคยคิดเหมือนคุณนั่นแหละ)


       ก็เลยอยากเชียร์ให้เพื่อนๆมาออกกำลังกันนะคะ เพราะ

      ไม่ต้องใช้ยาให้วิตกจริตว่าตับไตจะพังเมื่อไหร่ วิธีใช้ยานี่อยากบอกว่าน่ากลัวมาก เพราะเพื่อนคุณแม่เราก็เสียชีวิตเพราะยาลดความอ้วน แบบกระทันหันไม่ทันได้ร่ำลาใครเลย เพื่อนเราเองก็เกือบไปเหมือนกันแต่ว่ามีคนช่วยไว้ได้ทันแบบฉิวเฉียด ส่วนเพื่อนเราอีกคนนอกจากจะไม่ผอมแล้วยังกลายเป็นคนติดยาลดความอ้วนไปเลย ฯลฯ ฉะนั้นหากคุณคิดว่ากินๆไปก่อน พอลดแล้วเดี๋ยวค่อยเลิกกินก็ได้…อย่าประมาทเลยค่ะ…รู้สึกตัวอีกทีมันก็มาเคาะประตูหน้าบ้านแล้ว

      กินอาหารได้ในปริมาณปกติ ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องล้วงคอ ไม่ต้องบอกลาขนมอร่อยๆ ทุกวันนี้ขนมก็ยังกิน ข้าวก็สามมื้อ แต่ขจัดส่วนเกินด้วยการออกกำลังแทน

      ล่ำซำขึ้น เพราะไม่ต้องซื้ออาหารเสริม ไม่ต้องเข้าคอร์สลดหุ่นเป็นหมื่นๆ ของเรานี่เย็นๆก็ไปวิ่ง+แอโรบิคที่สวนลุม ไม่ก็ห้างแถวบ้านน่ะค่ะ ฟรีหมด เสียแต่ค่ารถอย่างเดียว หรือถ้าต้องเสียเงินจริงๆ เราว่าไปเข้าฟิตเนสน่าจะดีกว่า เพราะหุ่นดีด้วย แข็งแรงด้วย กำไรสองเด้งเห็นๆ

      เป็นยาวิเศษ รับประกันได้เลยว่าถ้าคุณออกกำลังกายแล้ว นอกจากจะแข็งแรงแล้ว สุขภาพจิตจะดีขึ้นมาก เครียดน้อยลง หลับง่ายขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น และ ฯลฯ โอย เยอะค่ะ

       สุดท้ายแล้ว ฝากกลอนบทนึงให้เพื่อนๆที่กำลังจะเริ่มลดน้ำหนักแต่ยังลังเลนะคะ ไม่ทราบใครแต่งแต่ความหมายดีทีเดียว

“ หากกล้าที่จะก้าว
ทางยาวไกลก็ย่อมใกล้
หากศรัทธาเธอยิ่งใหญ่
จักมีอะไรเกินแรง”


         สวัสดีค่ะ

Spacer
 

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน คลิ๊ก...


 

 

 

© 2003 Siamfitness.com All rights reserved.